เซิ่งไท่ฯ กลุ่มทุนไต้หวันรุกสร้างแบรนด์น้องใหม่ JUSTIME เจาะตลาดก๊อกน้ำ-อ่างล้างหน้า ตั้งเป้ากินรวบตลาดล่างถึงบน มั่นใจไปได้สวยมีประสบการณ์รับจ้างผลิตนาน 17 ปี เตรียมขนสินค้าขายผ่านโฮมโปร-บุญถาวร พร้อมเทเม็ดเงิน 30-50 ล้านบาทขึ้นโชว์รูม 1,000 ตารางเมตรทำเลพระราม 9 สร้างจุดขายศูนย์บริการควบคู่การันตี 5 ปีเต็มนายแอนดี้ ปัน รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซิ่งไท่ บราซแวร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตก๊อกน้ำและอ่างล้างหน้าแบรนด์ JUSTIME เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า บริษัทมีนโยบายการตลาดเชิงรุกโดยสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำของตัวเองเป็นครั้งแรก ใช้ชื่อแบรนด์ว่า JUSTIME จากเดิมนโยบายบริษัทเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์เนมคนอื่น หรือสินค้า OEM ซึ่งทำมานานกว่า 17 ปีแล้ว
บริษัทเซิ่งไท่ฯมีเจ้าของเป็นนักลงทุนจากไต้หวัน เข้ามาตั้งโรงงานในเมืองไทยเพื่อใช้เป็นฐานการผลิต ปัจจุบันโรงงานในเมืองไทยมีกำลังผลิตสูงสุด 2 ล้านชิ้นต่อปี และมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนในจีนอีก 2 แห่ง ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ ประเด็นสำคัญที่สุดคือเรามีโรงงานในเครือ 3 แห่ง ใน 2 ประเทศ ทำให้ง่ายต่อการควบคุมคุณภาพสินค้า
สินค้าที่ผลิตมีให้เลือกหลายระดับราคาตั้งแต่ชิ้นละ 300-5,000 บาท เจาะกลุ่มลูกค้าครบทุกเซ็กเมนต์ตั้งแต่ระดับล่าง-บน รูปแบบสินค้าสไตล์โมเดิร์นมีให้เลือก 100-200 แบบ ทั้งนี้บริษัทประเมินตลาดก๊อกน้ำในเมืองไทยพบว่ามีภาวะแข่งขันค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการแบรนด์ใหญ่ๆ เช่น คอตโต้ อเมริกันสแตนดาร์ด โคห์เลอร์ ฯลฯ ต่างมีจุดแข็งและแบรนด์ลอยัลตี้สูง ดังนั้นเพื่อรองรับการแข่งขันสูงดังกล่าว บริษัทมีนโยบายสร้างจุดขายโดยจัดตั้งเซอร์วิสเซ็นเตอร์ พร้อมทั้งการรับประกันสินค้านาน 5 ปีเต็ม
บริษัทเปิดตัวสินค้าเป็นครั้งแรกในงานสถาปนิก50 ที่ผ่านมา พบว่าได้รับการตอบรับอย่างน่าพอใจ มีลูกค้าโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาสั่งซื้อก๊อกน้ำ ส่วนใหญ่เป็นโครงการโรงแรมที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทั้งในและต่างประเทศ อาทิ โครงการโรงแรมจูเลียนา กรุงพนมเปญ กัมพูชา โครงการโรงแรมของนักลงทุนต่างชาติในย่านสุขุมวิท เป็นต้น
นอกจากการรุกตลาดงานโครงการ บริษัทวางแผนขยายตลาดผ่านช่องทางร้านโมเดิร์นเทรดวัสดุตกแต่งบ้าน อยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าไปเสนอสินค้ากับโฮมโปรและบุญถาวร คาดว่าจะสามารถนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายได้ภายในช่วงปลายปีนี้
คีย์ซักเซสในการสร้างแบรนด์ JUSTIME ให้ติดตลาด นอกจากจะต้องมีช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าเราได้มากที่สุดแล้ว จะต้องมีโชว์รูมของตนเองอีกด้วย บริษัทเตรียมลงทุนโชว์รูมทำเลใกล้สี่แยก อ.ส.ม.ท.บริเวณถนนพระราม 9 ก่อสร้างเป็นอาคารสูง 5 ชั้น มีพื้นที่ขายประมาณ 1,000 ตารางเมตร คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 30-50 ล้านบาท
ในแง่งบฯการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ นายแอนดี้กล่าวว่า ปีนี้วางแผนงบฯการตลาดจำนวน 3-5 ล้านบาท เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านนิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก ตามแผนที่วางไว้ ภายในเดือนกันยายนนี้บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ แบรนด์ JUSTIME ออกบูทในงานอินทีเรียร์อินเทรนด์อีกครั้ง ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการตลาดที่วางไว้ คาดว่าปี 2551 จะมียอดขาย ประเดิมปีแรก 50 ล้านบาทโดยประมาณ
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
