ตลาดวัสดุนำเข้าจากจีนยังเติบโตต่อเนื่อง ผู้นำเข้าเล็งเพิ่มสัดส่วนนำเข้าทดแทนสินค้าจากยุโรป ที่มีแนวโน้มจะนำเข้าลดลงเรื่อยๆ เหตุมาจากราคาจูงใจคนซื้อ ถูกกว่าของนำเข้าจากยุโรปถึง 3 เท่า เข้าทางโครงการบ้าน-คอนโดฯ-โรงแรม ยุคต้องคุมต้นทุน แถมคุณภาพดีผิดหูผิดตาจากเมื่อ 2-3 ปีก่อน ชี้นอกจากสุขภัณฑ์ วัสดุตกแต่งทั้งแผ่นพื้น-ผนังที่มาแรงแล้ว วัสดุสำหรับงานโครงสร้างก็กำลังจ่อคิวบุกตลาดไทยนายพรชัย รัตนเมธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาซ่า ร้อกก้า จำกัด ผู้นำเข้าวัสดุตกแต่งพื้นและผนังจากประเทศจีนและยุโรปแบรนด์ CASA ROCCA เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ขณะนี้สินค้าจำพวกวัสดุตกแต่งนำเข้าจากประเทศจีนกำลังเป็นที่นิยมมาก สวนทางกับวัสดุนำเข้าจากแถบยุโรปที่มีแนวโน้มลดลง เห็นได้จากงานสถาปนิก50 ที่จัดขึ้นช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีบูทแสดงสินค้าจำนวนมากนำวัสดุจากจีนมาโชว์ ทั้งเปิดตัวใหม่และทำตลาดต่อเนื่อง
เนื่องจากปัจจุบันโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม แม้กระทั่งโรงแรมระดับ 5 ดาว เริ่มให้การยอมรับคุณภาพมากขึ้น เพราะดีไซน์สินค้าจากจีนเวลานี้พัฒนาไปมาก ทั้งยังมีราคาถูกกว่าสินค้านำเข้าจากยุโรปถึง 3 เท่า อย่างกระเบื้องพอร์ซเลนจากจีนเริ่มต้นที่ 400-600 บาท/ตร.ม. เทียบกับกระเบื้องจากอิตาลี 2,000 บาท/ตร.ม.
ช่วง 3-4 ปีก่อนที่มีการนำกระเบื้องจากจีนเข้ามาใหม่ๆ คุณภาพอาจยังไม่ดี เพราะคนไทยยังไม่รู้จักโรงงานที่มีคุณภาพ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว จากจำนวนโรงงานผลิตในจีนที่มีนับพันแห่ง ในจำนวนนี้ 100-200 รายมีคุณภาพดี เป็นไปได้ว่าในอนาคตกระเบื้องนำเข้าจากยุโรปจะค่อยๆ ลดน้อยลง
ที่น่าจับตามองคือโรงงานผลิตกระเบื้อง และหินตกแต่งรายใหญ่จากจีนใช้วิธีส่งเซลส์เข้ามาหาลูกค้า หรือออกบูทตามงานแฟร์ต่างๆ กันมาก คาดว่าจากนี้ไปจะมีผู้นำเข้าหินตกแต่ง (หินแกรนิต) สุขภัณฑ์จากจีนเข้ามาทำตลาดมากขึ้นอีก และอาจขยายไปถึงวัสดุที่ใช้กับงานโครงสร้างด้วย อาทิ โครงหลังคา เป็นต้น
นายพรชัยกล่าวว่า บริษัทอยู่ในวงการนำเข้าวัสดุตกแต่ง 11 ปี เริ่มจากนำเข้ากระเบื้องและหินตกแต่งจากอิตาลีและยุโรป ส่วนสินค้าจีนเริ่มนำเข้าเมื่อ 3 ปีก่อน ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 30% จากยอดนำเข้าสินค้าทั้งหมด 6 หมื่น ตร.ม./ปี และปี 2551 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 35-40% นอกจากนี้อาจขยายไลน์สินค้านำสุขภัณฑ์จากจีนมาจำหน่ายด้วย
นายสมคิด เต็มธนมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนคูณ จำกัด ผู้นำเข้าหินตกแต่งจากประเทศจีนและอิตาลี กล่าวว่าบริษัทเพิ่งเข้ามา ในวงการนำเข้าหินตกแต่ง และเปิดตัวในงานสถาปนิก 50 เป็นครั้งแรก แยกเป็นหินนำเข้าจากจีน 90% และยุโรป 10% สาเหตุที่เลือกนำเข้าหินแกรนิตจากจีน เพราะปัจจุบันเป็นที่นิยมมากขึ้น เท่าที่ทราบโครงการศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ก็ใช้หินแกรนิตจากจีนปูพื้น จุดเด่นคือทนทานรอยขีดข่วนได้ดี มีสีสันให้เลือกมาก และมีเฉดสีสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น อาทิ ขาว แดง ครีม ฯลฯ ราคาแผ่นละ 400-1,000 กว่าบาท (ขนาด 60x60 นิ้ว) เทียบกับที่นำเข้าจากอิตาลีที่มีให้เลือกเพียงไม่กี่เฉดสี แต่ราคาสูงกว่ามาก เริ่มต้นที่แผ่นละกว่า 2,000-3,000 บาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ภาครัฐได้ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าหินแกรนิตจากจีนจาก 12.5% เป็น 30% ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50 บาท/ตร.ม. ซึ่งส่งผลกระทบพอสมควร เนื่องจากมีแผนจะนำหินแกรนิตเข้ามาแกะสลักลวดลายไทย ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เพราะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้เสียเปรียบในการแข่งขัน
แหล่งข่าวจากบริษัท ดีทีจี เอ็กซิม จำกัด ผู้นำเข้าหินตกแต่ง กระเบื้องโมเสก และพื้นไม้ลามิเนตจากจีนอีกรายหนึ่งกล่าวว่า วัสดุตกแต่งจากจีนมีการพัฒนารูปแบบไปมาก อาทิ กระเบื้องโมเสกเคลือบผิวด้วยอะลูมิเนียม ทำให้มีสีสันและลวด ลายที่ดูแปลกตา หินตกแต่งที่ทำจากอิฐมวลเบา ฯลฯ ส่วนพื้นไม้ลามิเนตจีนทำราคาได้ถูกมาก เนื่องจากมีวอลุ่มการผลิตสูง ก่อนหน้านี้บริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือ ตร.ม.ละ 299 บาท (ไม่รวมค่าติดตั้ง) จากปกติ ตร.ม.ละ 500 บาท ทำให้กลุ่มลูกค้าโครงการบ้านจัดสรรทุกระดับหันมาใช้วัสดุจากจีนเกือบหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่โครงการระดับไฮเอนด์
หน้า 11
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
