เป็นเวลากว่า 7 เดือนที่ 2 รัฐมนตรี พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ และ สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม เข้ามาบริหารงานภายในกระทรวงคมนาคมแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลชั่วคราว มีเวลาในการทำงานเพียงแค่ 1 ปี และส่วนใหญ่เป็นภารกิจ แก้ปัญหาเสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็กต์ สนามบินสุวรรณภูมิ ค่าโง่ทางด่วน การขาดทุนของ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ร.ฟ.ท. (การรถไฟแห่งประเทศไทย)
อย่างน้อยที่สุดกระทรวงคมนาคมก็สามารถเข็นผลงานที่เป็นรูปธรรมออกมาจนได้ เข้าทำนองว่าไม่ใช่รัฐบาลขิงแก่ที่ใส่เกียร์ว่างในการทำงาน ผลงานเด่นชัดที่สุดคือโครงการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 สายทาง ซึ่งมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการและให้ไปจัดทำรายละเอียดโครงการต่อไป
ผลคืบหน้าล่าสุดรัฐมนตรีสายเลือดทหารเรือ ธีระ ห้าวเจริญ ประกาศชัดเจนจะเปิดประมูลก่อนเป็นสายแรก สายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา กำหนดเปิดประมูลวันที่ 26 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2551
จากนั้นตามมาติดๆ ด้วยการเปิดประมูล สายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่) จะเสนอให้ ครม.อนุมัติประมาณเดือนกรกฎาคม เปิดประกวดราคาเดือนสิงหาคม เริ่มก่อสร้างเดือนเมษายน 2551 ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารประกวดราคา โครงการส่วนที่เหลือยังดำเนินการต่อไป (ดูตามตาราง) แต่คงไม่ทันเปิดประมูลได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะระยะเวลาเหลือน้อยเต็มทีแค่ 5 เดือนเท่านั้น
การทำงานตลอด 7 เดือนที่ผ่านมาต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราไม่ได้เป็นผู้ก่อ แค่นี้เวลาเราก็หายไปมากแล้ว บางโครงการผมอยากทำให้ได้เร็วๆ แต่บางครั้งก็เร็วไม่ได้เพราะต้องมาจัดระบบทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน ยกตัวอย่างโครงการรถไฟฟ้าที่เห็นชัดคือสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ใช้เวลาเกือบ 3 เดือนในการทำแผน กว่าจะเสนอ ครม.ได้เราทำเร็วที่สุดแล้ว แต่การวางรากฐานที่ดีภายในระยะเวลาจำกัดใน 1 ปีเป็นเรื่องยาก เราทำเต็มที่ไม่ได้ใส่เกียร์ว่าง ใส่เกียร์ห้าทุกวันและทุกเรื่อง ถ้อยแถลงของ รมว.คมนาคม
นอกจากนี้ ยังมีผลงานอื่นๆ เช่น เสนอให้ ครม.อนุมัติการประกวดราคาโครงการรถไฟทางคู่ ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง หนึ่งในแผนลงทุน ตามแผนฟื้นฟูกิจการของการรถไฟฯ ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเร่งพิจารณาส่วนที่สามารถทำได้จริงภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเวลาดังกล่าว
โครงการฟื้นฟูถนนที่ประสบอุทกภัย คาดว่า จะดำเนินการเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้ รวมถึงปัญหาโลกแตกในโครงการก่อสร้างทางที่ภาคใต้ เนื่องจากมีผู้รับเหมาทิ้งงานโดยจะโอนงานทั้งหมดมาให้กรมทางหลวงดำเนินการต่อไป
ปัญหาใหญ่ที่สุดคือสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมีปัญหาแทบทุกเรื่องที่เข้าหยิบจับขึ้นมาดู การแก้ไขปัญหาอาจจะต้องใช้เวลานาน ผมตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลานานกี่ปีทุกอย่างถึงจะคลี่คลายลงได้ แต่คงไม่เห็นผลเร็วในรัฐบาลชุดนี้ ที่ผ่านมาพยายามทำให้ปัญหาต่างๆ ชัดขึ้น เพื่อจะได้หาทางแก้ไขได้ ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ เรื่องง่ายในการแก้ไขปัญหาเพราะมีกฎหมายต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
รมช.คมนาคม ที่มีดีกรีเป็นอดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ชี้แจงแบบลงลึกรายละเอียดโครงการสนามบินสุวรรณภูมิว่า มี 5 เรื่องใหญ่ๆ ที่ควรแก้ไขให้ชัดเจนประกอบด้วย
1.แท็กซี่เวย์และรันเวย์ที่ร้าวอยู่ 2.ความปลอดภัยในอาคารผู้โดยสาร 3.ระบบคลังสินค้าที่จะต้องปรับปรุงใหม่
4.โครงข่ายเข้า-ออกสนามบินที่จะต้องเพิ่มเติม ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด 5.มลพิษด้านเสียงจะต้องดำเนินการลดความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
ปัญหาผลกระทบด้านเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิ จะมีการชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบตามผลการศึกษาสิ่งแวดล้อมเป็นลำดับแรก ปัจจุบันจ่ายไปแล้ว 4 ราย ส่วนที่เหลือให้ทยอยดำเนินการภายหลังโดยจะต้องมีการพิสูจน์และตรวจสอบว่ามีผลกระทบจริงๆ จึงจะจ่าย ค่าชดเชยให้ได้ ส่วนปัญหาด้านกายภาพได้เร่งรัดให้ ทอท. (บมจ.ท่าอากาศยานไทย) ดำเนินการแก้ไข
ส่วนอีก 5 เดือนที่เหลือจากนี้บิ๊กกระทรวงคมนาคมทั้ง 2 คน เห็นพ้องต้องกันว่าจะเป็นห้วงเวลาที่มองเห็นผลงานเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยพยายามสานต่อโครงการที่วางแผนไว้ให้เรียบร้อยและเดินหน้าไปพร้อมกัน ไม่มีโครงการใหม่ เน้นการทำงานในส่วนที่เป็นการวางรากฐานให้แข็งแกร่งสำหรับส่งมอบให้กับรัฐบาลใหม่ที่จะมาสานต่อ
อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายที่เหลือสีน้ำเงินและสีเขียว การจัดทำงบประมาณปี 2551 วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท รวมถึงลงทุนก่อสร้างทางมาเชื่อมต่อกับระบบลอจิสติกที่กำลังให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เขียนแผนงานโครงการอยู่ว่าจะต้องเร่งดำเนินสายไหนบ้าง
นี่คือสรุปผลงาน 7 เฟดือน ถึงแม้จะไม่เร้าใจเพราะมัวแต่เงื้อง่าราคาแพง ส่วนจะสอบผ่านหรือไม่ผ่านประชาชนคงต้องตัดสินกันเอาเอง
หน้า 13
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
