บางไทร ฮอสปิเฮ้าส์ เดินหน้าขยายโปรเจ็กต์รับลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุ ล่าสุดทุ่ม 150 ล้าน ผุดเฟสใหม่ เวลเนส เนิร์สซิ่งโฮม อาคารให้เช่า 3 ตึกรวด รองรับผู้ป่วยที่ต้องดูแลใกล้ชิด ชี้ไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนับวันตลาดยิ่งโต ปีนี้ฟันรายได้เหนาะๆ 350 ล้านบาทนายแพทย์บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางไทร ฮอสปิเฮ้าส์ จำกัด เจ้าของโครงการบางไทร ฮอสปิเฮ้าส์ ย่านบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการพักอาศัยของผู้สูงอายุที่มีบริการรองรับครบวงจร ทั้งการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพ เปิดเผยว่า จากที่บริษัทได้จัดทำโครงการเมืองสุขภาพดี (Wellness City) บนพื้นที่ 1,200 ไร่ ตั้งแต่ปี 2547 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างมาก ปีนี้มีแผนจะเปิดตัวโครงการเวลเนส เนิร์สซิ่งโฮม (Wellness Nursing Home) ให้เช่ารายเดือน รับดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ใช้เงินลงทุน 150 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง สำหรับรับดูแลผู้สูงอายุ 50 ราย/หลัง ระยะเวลาก่อสร้าง 8 เดือน
ขณะเดียวกันได้จัดทำ โครงการลูกกตัญญู รับสมัครลูกที่ต้องการดูแลพ่อแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องดูแลใกล้ชิดจนทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จะมอบสวัสดิการพิเศษ เลี้ยงดูพ่อหรือแม่ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายโดยจะจัดงบประมาณช่วยเหลือสังคมภายใต้โครงการนี้ 10% ของจำนวนเตียงทั้งหมด หรือ 5 เตียง/1 อาคาร คิดเป็นจำนวนลูกกตัญญู 15 ราย
นายแพทย์บุญชัยกล่าวว่า โครงการเวลเนส เนิร์สซิ่งโฮม มีจุดเด่นเหนือกว่าเนิร์สซิ่งโฮมโครงการอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลหลายด้าน อาทิ เน้นคุณภาพในการดูแลผู้ป่วยเป็นอันดับที่หนึ่ง โดยมีคณะแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและครบวงจร
ตัวโครงการมีสภาพแวดล้อมในการพักอาศัยที่ดี ออกแบบให้เป็นอาคารชั้นเดียว มีสวนหย่อมและลานโล่งอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ผู้ป่วยมีบริเวณพักผ่อนหย่อนใจอย่างกว้างขวาง บรรยากาศสงบและร่มเย็น นอกจากนี้อัตราค่าเช่ายังอยู่ในระดับเดือนละ 10,000-15,000 บาท/เดือน ถูกกว่าอัตราค่าเช่าโครงการประเภทเดียวกันใน กทม. และพื้นที่ใกล้เคียงมาก คาดว่าจะมีลูกค้าเช่าอยู่อาศัยเต็มภายในเวลา 2 เดือนหลังโก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย
สำหรับบางไทร ฮอสปิเฮ้าส์ พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับลูกค้า 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มสุขภาพแข็งแรง (wellness home) 2.กลุ่มสุขภาพอ่อนแอ (hospihouse) และ 3.กลุ่มที่ต้องการดูแลใกล้ชิด (nursing home) ในพื้นที่ทั้งหมด 518 ไร่ ย่านบางไทย ที่ผ่านมามีการพัฒนาโดยแบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุกลุ่มสุขภาพอ่อนแอ 118 ไร่ เฟสแรกพัฒนาแล้ว 53 ไร่ 115 ยูนิต สามารถปิดการขายได้แล้ว เฟสที่ 2 พื้นที่ 65 ไร่ จำนวน 144 ยูนิต ขายไปแล้วประมาณ 50% หรือประมาณ 75 หลัง
กลุ่มสุขภาพแข็งแรง wellness home 400 ไร่ ขายไปแล้ว 50 หลัง จากเป้า 400 หลัง จะมีการพัฒนาต่อเนื่องอีก นโยบายคือก่อสร้างบ้านตาม ออร์เดอร์ ไม่สร้างบ้านเสร็จก่อนขาย และเน้นจับตลาดลูกค้าคนไทยเป็นหลัก
นายแพทย์บุญชัยกล่าวว่า ผลจากการพัฒนาโครงการที่ผ่านมา ยืนยันได้ชัดเจนถึงการเติบโตของตลาดผู้สูงอายุ และมองว่าตลาดนี้น่าจะไปได้ดีในอนาคต เนื่องจากสังคมไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น มีผู้สูงอายุ 6.7-6.8 ล้านคน หรือ 10% ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนจะเพิ่มเป็น 3 เท่าจากปัจจุบัน
ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการขายบ้าน 250 ล้านบาท เป็นส่วน wellness home มูลค่า 100 ล้านบาท และ hospihouse 2 เฟส 150 ล้านบาท จากงบฯลงทุนพัฒนาโครงการ 1,200 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้ที่ 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านบาท เป็นส่วนของกลุ่มสุขภาพแข็งแรง wellness home 100 ล้านบาท และกลุ่มสุขภาพอ่อนแอ hospihouse 250 ล้านบาท
หน้า 12
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
