ผู้บริหาร ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ชี้แจงปัญหาความล่าช้าโครงการสร้างสะพานต่างระดับรังสิต ประกาศตั้งแต่แรกพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ เผยตัวเลขประเมินค่าเสียหายทางธุรกิจ 123 ล้าน แต่ศูนย์การค้าขอแค่ 19 ล้านบาท ชี้ปัญหาสารพัด รวมทั้งประเด็นที่ยังรอเคลียร์เรื่องการย้ายรางระบายป้องกันน้ำท่วมยังไร้คำตอบจากหน่วย งานรัฐหลังจากหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ ได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการก่อสร้างทางต่างระดับรังสิต เนื้อหามีรายละเอียดเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินบางส่วนบริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิตนั้น
นางสาวพิมผกา หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต กล่าวว่า ทางบริษัทยินดี ให้ความร่วมมือกับกรมทางหลวงตั้งแต่แรก และต้องการให้การก่อสร้างทางยกระดับรังสิตโครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นผลดีกับศูนย์การค้าอย่างแน่นอนในการที่มีสะพานต่างระดับอยู่หน้าห้าง เพราะจะบรรเทาการจราจรเข้า-ออกในห้าง
ความร่วมมือที่ให้กับกรมทางหลวง ยังรวมถึงประเด็นการเรียกร้องค่าเสียหาย นางสาวพิมผกากล่าวว่า บริษัทเรียกร้องค่าเสียหายทางธุรกิจ ทั้งสิ้นเพียงแค่ 19 ล้านบาทเท่านั้น โดยเป็นส่วน ค่าเสียหายจากการที่บริษัทสูญเสียรายได้จากบิลบอร์ดและป้ายโฆษณา ค่าเช่าที่ในศูนย์ ฯลฯ
ทั้งนี้ที่ดินของศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์คที่ถูกเวนคืน มีจำนวนทั้งสิ้น 698.5 ตารางวา ก่อนหน้านี้มีการประเมินราคาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างเป็นมูลค่าประมาณ 104.5 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเช่าที่ดิน 5.4 ล้านบาท ค่าก่อสร้างปรับพื้นที่ที่เป็นเรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ท่อระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า และอื่นๆ เป็นจำนวนเงินตามราคาประเมิน 99.1 ล้านบาท
กรมทางหลวงได้ขอให้ทางไฟฟ้าและประปาเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ของฟิวเจอร์ พาร์คก่อน ซี่งบริษัทไม่ขัดข้องและให้ความร่วมมือมาโดยตลอด ปัจจุบันทางการไฟฟ้าและการประปาก็ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่แล้ว
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่สำคัญคือ พื้นที่ที่โดนเวนคืนและก่อสร้างทางยกระดับนั้นเป็นบริเวณรางระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม อยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์ จุดนี้จะต้องถูกทุบทิ้งเพื่อดำเนินการก่อสร้างทางยกระดับขึ้นมาแทน ทำให้ทางศูนย์การค้าต้องรอให้มีการสร้างรางระบายน้ำใหม่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน คาดว่าใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 4 เดือน ปัญหาคือยังไม่ได้รับแจ้งยืนยันว่าหน่วยงานใดจะเข้ามารับผิดชอบในการย้ายรางระบายน้ำออกจากแนวก่อสร้างโครงการ จนถึงตอนนี้ก็ยังต้องรอข้อสรุปจากกรมทางหลวงอยู่
ดิฉันขอย้ำว่าทางบริษัทพร้อมที่จะเจรจากับทางกรมทางหลวง และมีนโยบายที่จะมอบพื้นที่ ดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในด้านการคมนาคมอยู่แล้ว นางสาวพิมผกากล่าวตอนท้าย
อนึ่งในการเจรจาร่วมกัน ทางกรมทางหลวงได้ขอให้ทางบริษัท รังสิตฯทำการประเมินราคาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยบริษัทได้ประเมินราคาและได้นำเสนอกรมทางหลวงไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549 มีราคาประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 123,577,533 ล้านบาท แยกเป็นค่าขาดรายได้จากป้ายโฆษณา ขาดรายได้จากบิลบอร์ด ขาดรายได้จากลานกิจกรรม และขาดรายได้จากค่าเช่าที่ในศูนย์ 19 ล้านบาท และ ค่าเช่าที่ดินและค่าก่อสร้างเวนคืน 104.5 ล้านบาท
หน้า 15
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
