ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แถลงผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่า จากการใช้เครื่อง จีที 200 ซึ่งเป็นเครื่องตรวจหาสารเคมีประกอบระเบิดตรวจสอบ ไม่พบสารเคมีที่ใช้ประกอบระเบิดจากบริเวณที่เกิดเหตุ และร่างกายและเสื้อผ้าของผู้บาดเจ็บ ส่วนนายชิงชัย อุดมเจริญกิจ ซึ่งได้รับบาดเจ็บมือขาด ขณะนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุใด เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบสารประกอบระเบิดพญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสาธิตการใช้แก๊สน้ำตาทุกประเภทของสตช. เพื่อให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างสารเคมีมาตรวจเปรียบเทียบกับสารเคมีที่พบในจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เครื่องจีที 200 เป็นเครื่องที่ให้ผลตรวจสอบสารเคมีประกอบระเบิดที่ละเอียดมาก ที่ผ่านมาสามารถตรวจได้ว่าเป็นระเบิดจากอาวุธสงคราม และระเบิดที่พบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่วนประกอบหลักเป็นปุ๋ยยูเรีย ประทัดยักษ์ และระเบิดปิงปอง ซึ่งแต่ละชนิดมีสารประกอบที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและผู้บาดเจ็บ ตนให้ความสำคัญกับบาดแผล ถ้าเป็นแผลจากระเบิด ลักษณะบาดแผลจะเหวอะ มีสะเก็ดระเบิดติดตามตัว และมีสารระเบิดซึ่งเป็นละอองเคมีติดอยู่ตามร่างกายและเสื้อผ้า สำหรับศพผู้ตาย สถาบันยังไม่ได้ตรวจพิสูจน์ เพราะศพถูกนำไปทำพิธีทางศาสนาแล้ว ส่วนเสื้อผ้านั้น กองพิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจพิสูจน์ สถาบันทำได้เพียงการตรวจสอบบาดแผล และร่องรอยที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานร่องรอยสารเคมีเท่านั้น
ข้อมูลจาก มติชน
