(10ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประ ธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ประชุมร่วมกับพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ศ.นพ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตหัวหน้าภาควิชานิติเวศศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมอัยการและผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อร่วมกันหาข้อเท็จจริงประเด็นที่สังคมเคลือบแคลงใจจากเหตุสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาจากนั้น นายสุรสีห์ แถลงว่า คณะอนุกรรมการฯชุดนี้จะเร่งสืบค้นข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน จะสรุปได้ว่าเหตุสลายการชุมนุมมีการใช้วัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุหรือไม่ หรือเป็นการใช้แก๊สน้ำตาเพียงอย่างเดียว โดยวันนี้ เวลา 13.00 น. จะแยกทีมพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รอง ผอ.สถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ไปตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานจากพื้นที่เกิดเหตุทุกจุด ทั้งที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่หน้ารัฐสภา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะทำงานร่วมกับนิติเวชของตำรวจ และในเวลา 17.00 น.จะมีการแถลงข่าวที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะที่ทีมของ ศ.นพ.วิรัติ
จะไปเก็บข้อมูลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่อยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ และจะแถลงอย่างละเอียดประกอบภาพที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เวลา 13.00 น.
ศ.นพ.วิรัติ กล่าวว่า จากผลการชันสูตรศพของผู้เสียชีวิตหญิงสรุปเบื้องต้นได้ว่า สาเหตุการตายคือแก๊สน้ำตาที่ไม่ได้คุณภาพชนิดรุนแรงกระแทกถูกผู้เสียชีวิต ซึ่งในรายละเอียดจะต้องนำเสื้อผ้าและเนื้อเยื่อของผู้เสียชีวิตไปตรวจในรายละเอียดอีกครั้งว่ามีสะเก็ดระเบิดหรือไม่ หากเป็นแก๊สน้ำตาของสหรัฐ ที่ได้มาตรฐานเมื่อยิงแล้วจะตกลงพื้นเกิดฟองฟู่ขึ้นมาแต่ไม่ทำให้ระเบิด
ด้านพ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการฯชุดนี้เป็นการหาข้อเท็จจริงและพิสูจน์หลักฐานซึ่งต้องเร่งทำเพื่อให้พยานหลักฐานต่างๆคงสภาพอยู่ แต่ในส่วนของคราบเขม่าจากระเบิดจะติดแน่นถึง 2 ปี แม้มีการล้างน้ำไปแล้วก็ยังไม่หมดยังตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ตนขอย้ำว่ากรณีที่ผู้เชี่ยวชาญหรือใครออกมาบอกว่าแก๊สน้ำตาไม่สามารถทำให้ใครขาแขนขาดนั้นจะถูกต้อง หากเป็นการใช้แก๊สน้ำตาที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพ และใช้ถูกวิธี
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวอีกว่า ตนได้รับแจ้งจากพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ว่า จะสนับสนุนการสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อประชาชนคลางแคลงใจ ก็ต้องร่วมมือกันทำให้กระจ่าง สำหรับกรณีที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ติดต่อตนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ได้รับการประสานแต่ยังไม่ได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการ หน้าที่ในการพิสูจน์คือมีการใช้ระเบิดหรือไม่ ส่วนจะเป็นระเบิดจากฝ่ายใดต้องอาศัยการสืบสวนต่อไป ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อมูลหรือภาพถ่ายเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมขอให้ติดต่อส่งมอบให้กับคณะอนุกรรมการชุดนี้ ซึ่งพร้อมจะเก็บเป็นความลับ
ตะลุยข่าว: เปิดคลังปจ.ขั้นตอน-อาวุธปราบม็อบ
ปฏิบัติการ12 ชั่วโมงเมื่อเช้าตรู่วันที่ 7 ตุลาคมไปจนถึงหัวค่ำวันเดียวกัน เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ตามมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชอบธรรมและการกระทำของตำรวจรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
