ผอ.รพ.บางคล้า เผยเป็นคนให้การรักษาเห็นกับตาว่าพวงกุญแจ สธ.ยันรักษาประชาชนเท่าเทียมกันแค่พวงกุญแจ!!
เมื่อวันที่9 ต.ค. นพ.ดิเรก ภาคกุล ผอ.รพ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ให้สัมภาษณ์กรณีมีภาพข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นชายไม่ทราบชื่อมือขวาขาดกระจุย เลือดท่วมร่าง แต่มือซ้ายยังกำวัตถุคล้ายระเบิดว่า เห็นข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอแล้วไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงคิดว่าน่าจะออกมาให้ข่าว
โดยเวลาเกิดเหตุประมาณ 1 ทุ่มตรงบริเวณ บช.น. ทางตำรวจได้เรียกตนและพยาบาล ซึ่งประจำการอยู่บริเวณดังกล่าว ให้ไปรับชายคนดังกล่าวที่นั่งพิงกำแพงอยู่ ซึ่งคนไข้กำมือตลอด ตอนแรกก็ไม่กล้าแกะออกดู แต่คิดว่าเป็นของสำคัญ เป็นทอง หรือของมีค่า จนนำตัวชายดังกล่างส่ง รพ.รามาธิบดี จึงได้แกะออกปรากฏว่าเป็นพวงกุญแจหนัง สีออกน้ำตาล แต่มองไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร เนื่องจากไม่ได้สังเกต และพวงกุญแจดังกล่าวได้มีการเก็บไว้ในถุงสิ่งของคนไข้ รวมกับเสื้อผ้า
นพ.ดิเรก กล่าวต่อว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมชายคนดังกล่าวจึงนำพวงกุญแจมากำไว้ในมือ เพราะที่พวงกุญแจก็ไม่ได้มีลูกกุญแจอยู่ แต่ตนและพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ ยืนยันได้ว่ามิใช่ระเบิด อย่างไรก็ตามสำหรับผู้บาดเจ็บรายนี้ ระหว่างนำตัวส่ง รพ.รามาธิบดี คนไข้แขนขาด มีเลือดออกมาก ไม่รู้ว่าร่างกายโดนอะไร แต่คนไข้รู้สึกตัว เพียงแต่พูดไม่ได้ เข้าใจว่าหลอดลมแตก และมีเลือดออกในหลอดลม ซึ่งตนและทีมงานได้ให้การช่วยเหลือโดยพยายามดูดเลือดในหลอดลมออกมาให้มากที่สุด
กลุ่มสตรีฯ ศิษย์เก่านิด้าร้องอนุพงษ์ช่วยประชาชน
เมื่อเวลา11.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบกนางดวงพร จันทรลักษมี ประธานกลุ่มสตรีเพื่อความเป็นธรรมในสังคม นำกลุ่มสตรีศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนิด้า แต่งกายชุดดำจำนวน 20 คนเดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อขอให้ทหารปกป้องประชาชนและยับยั้งการใช้อำนาจมิชอบของรัฐบาล โดยมี พล.ต.วีรัณฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก เป็นผู้รับหนังสือแทน
โดยจดหมายเปิดผนึกระบุว่าเหตุการณ์ที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมได้ใช้กำลังและอาวุธสลายการชุมนุมของประชาชนทำให้สตรี บุรุษ เด็ก และคนชรา ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีนางสาว อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ นักศึกษาเอแบค ถูกยิงเสียชีวิต ทางกลุ่มเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ และรู้สึกผิดหวังอย่างมากในการปฏิบัติการภายใต้การนำของนายสมชาย
ขอเรียกร้องให้ผบ.ทบ.ใช้กำลังทหารปกป้องประชาชนเพื่อให้ปลอดภัยจากการใช้กำลังและอาวุธของหน่วยต่างๆ ที่รัฐบาลจัดตั้ง เพราะประชาชนจำนวนมากไม่เชื่อถือข้อมูลของผู้มีอำนาจหน่วยอื่น โดยเฉพาะตำรวจได้อีกต่อไป ขอให้กองทัพบกตรวจสอบสาเหตุแท้จริงที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงให้สาธารณชนทราบว่า มีการใช้อาวุธจริงหรือไม่ หากมีเป็นอาวุธประเภทใด ขอให้มีบทบาทยับยั้งการใช้อำนาจในทางมิชอบของรัฐบาล โดยไม่ต้องทำการปฏิวัติรัฐประหาร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาการบริหารประเทศได้ปราศจากการคอรัปชั่น พร้อมให้ประชาชนทุกฝ่ายพูดคุยแก้ปัญหาความแตกแยก จดหมายระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่กลุ่มสตรีฯ ยื่นหนังสือ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ พล.ต.วีรัณโดยแกนนำกลุ่มสตรีระบุว่า ที่ผ่านมากลุ่มชื่นชมและวางใจ ผบ.ทบ.มากแต่ตอนนี้เราไม่มั่นใจ เพราะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูท่านจะเฉยไป อยากถาม ผบ.ทบ.ว่าเหตุการณ์วันนั้นทำไมทหารไม่มาช่วยประชาชน เราเข้าใจว่า ผบ.ทบ.ต้องเป็นธรรมแต่อยากให้ช่วยชายตามามองประชาชนมือเปล่ากับการใช้อาวุธสงคราม ความจริงการใช้กำลังวันนั้นต้องมีการเจรจาก่อน แต่ตำรวจไม่เจรจากับจัดการประชาชนทันที เราเข้าใจว่ากองทัพบกมีปัญหาภาคใต้ แต่ตอนนี้มีปัญหากลางเมือง หากแก้ปัญหานี้ไม่ได้คงแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้แน่นอน
ด้านพล.ต.วีรัณกล่าวว่า ผบ.ทบ.ไม่ได้นิ่งนอนใจกำลังหาข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรท่านพูดเสมอว่าอยู่ข้างประชานชนและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เลือกข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหา แต่ก่อนเกิดเหตุตำรวจบอกว่าเจรจาแล้ว แต่ไม่ได้ผล และวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมาได้เชิญตำรวจมาชี้แจงแล้ว
โดยกลุ่มสตรีฯส่ายหน้าและกล่าวทันทีว่า ไม่มีการเจรจาแต่เขามาสลายการชุมนุมเลย ขณะที่สมาชิกท่านอื่นร้องขึ้นมาเสียงดังว่า เราไม่เอาตำรวจเราไม่เชื่อตำรวจ ไม่ต้องเชิญมาเลย นอกจากนี้ การที่ตำรวจระบุว่า นางสาวอังคณา พกวัตถุระเบิดมาด้วยแล้วเกิดระเบิดทำให้เสียชีวิตนั้น ยิ่งไม่เป็นความจริง เด็กผู้หญิงอายุ 25 ปีจะพกระเบิดมาร่วมชุมนุมด้วยได้อย่างไร
พล.ต. วีรัณจึงตอบกลับว่า เป็นการเชิญมาเพื่อรับฟังว่าตำรวจทำอะไรและได้เชิญคุณหญิง พญ.คุณหญิงพรทิพย์โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมประชุมด้วย กองทัพไม่ได้เชื่อใครทั้งนั้น แต่ต้องพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ คิดว่า 1-2 วันจะมีผลออกมาว่าใครผิดใครถูก ยืนยันว่า พล.อ. อนุพงษ์ไม่นิ่งนอนใจ และพูดคุยกับผู้ใหญ่ว่าเหตุการณ์อย่างนี้คงไม่เกิดอีกแล้ว
ด้านนางศิริรัตน์สุจริตจันทร์ พยาบาลเกษียณอายุราชการ แกนนำกลุ่มสตรี ฯ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุมีคนไข้ที่ตนโทรมาหาตนให้ไปช่วยเหลือ บาดแผลที่เอามาดูพบว่ามีสะเก็ดระเบิด เราอยากให้ ผบ.ทบ.ออกมาช่วยประชาชนไม่เช่นนั้นรัฐบาลนี้จะทำร้ายประชาชนตลอด ขอเรียกร้อง 3 ข้อคือ1.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น2.ขอความเป็นธรรมให้ประชาชน3.หาแนวทางที่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกทั้งนี้ กลุ่มพร้อมยอมรับผลการตรวจสอบของคุณหญิงพรทิพย์ เพราะท่านไม่ได้ดำรงตำแหน่งหรือเกี่ยวข้องกับการเมือง และการทำงานมีงานมีความซื่อตรงไม่กลัวอำนาจรัฐ แต่ถ้าตำรวจมาตรวจสอบเรายอมรับไม่ได้
สธ.ยันให้การดูแลผู้บาดเจ็บเต็มที่ไม่แบ่งแยก
จากกรณีที่แพทย์โรงพยาบาลแห่งหนึ่งออกมาปฏิเสธที่จะให้การรักษาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์การปะทะกันเป็นระยะๆ ระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นั้น
ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลแล้วทราบว่าแพทย์คนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข เป็นหน้าที่ของแพทยสภาที่ดูแลเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์ ในส่วนสถานบริการในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ให้การดูแลรักษาประชาชน ที่เจ็บป่วยทุกรายอย่างดีที่สุดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พร้อมกันนี้ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลต่างๆ ที่ผู้ป่วยเข้ารักษาตัว เพื่อติดตามอาการและร่วมกันให้การดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มที่ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมด้านบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง
ยอดผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตล่าสุดถึงเวลา 12.00 น. วันนี้ (9 ตุลาคม 2551) ศูนย์นเรนทรได้รับรายงานผู้ป่วยเพิ่มเป็น 478 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 2 ราย และต้องนอนรักษาตัว 85 ราย หรือประมาณร้อยละ 18 ของผู้บาดเจ็บ โดยอยู่ในโรงพยาบาล 9 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล 32 ราย โรงพยาบาลกลาง 3 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 ราย โรงพยาบาลศิริราช 5 ราย โรงพยาบาลราชวิถี 2 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 13 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 17 ราย โรงพยาบาลตำรวจ 8 ราย และโรงพยาบาลเลิดสิน 2 ราย โดยมี 9 ราย ที่ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญ คือ แขนขา ขาด นิ้วมือนิ้วเท้าขาด และสูญเสียดวงตา จะต้องฟื้นฟูสมรรถภาพ และใส่อวัยวะเทียม เพื่อสามารถดำเนินชีวิตได้
"ไชยวัฒน์"ขอบคุณศาลเพิกถอนคดีกบฏลั่นขึ้นเวทีต่อ
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กล่าวว่า ตนมาที่ชุมุนมและจะกลับบ้านส่วนพล.ต.จำลอง ได้กลับบ้นไปและจะกลับมาร่วมชุมนุมในช่วงค่ำาที่ชุมนุม การขึ้นเวทีปราศรัยของตนไม่มีเงื่อนไขใด ๆ โดยจะขึ้นในเวลา 19.00 น.ส่วนพล.ต.จำลองจะขึ้นพร้อมแกนนำ และยืนยันว่าจะขึ้นเวทีปราศรัยเหมือนเดิม
นายไชยวัฒน์ได้กล่าวขอบคุณศาลที่ยกลเลิกข้อหากบฏ โดยข้อหาที่ยังเหลือก็ไม่ใหญ่ มีโทษแค่ 7 ปีเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าการให้ประกันตัวครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ นายไชยวัฒน์กล่าว่าอยู่ที่ความไว้ใจแต่ตอนนี้มองว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ร้ายกว่านายสมัคร สุนทรเวช เพราะนายสมัคร แค่เอาหมายมาติดแต่นายสมชาย กลับทำร้ายประชาชน ส่วนเรื่งการเจรจาเรา ต้องดูเรื่องความจริงใจแต่ตนเห็นว่านายสมชาย หน้าอย่างใจอย่าง เป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
