มหา ยันร่วมชุมนุมพันธมิตรฯทันที หลังประกันตัว อัดยับตร.ใช้แก๊สน้ำตาโจมตีพธม.แต่มีคนแขน ขา ขาด ตาย เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ลั่นฟ้องแน่ ยันจะสลายก็ต่อเมื่อรัฐบาลลาออก ยันดาวกระจายไม่เคยสร้างความสูญเสีย สนธิ ลั่นพร้อมมอบตัว กันท่าหากไม่ได้ประกันจะเอามวลชนกดดัน กล่าวหา สุรพล เงินโผล่มาจากไหน16ล.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายไชวัฒน์ สินสุวงศ์
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
จำลอง เปิดใจหลังพ้นคุก ซัดตร.-รบ.ต้องรับผิดชอบ
ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ต.ค. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายไชวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง เจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์นำคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ประกันและปล่อยตัวบุคคลทั้งสองออกจากเรือนจำ โดยใช้ตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ระบบสรรหา ค้ำประกัน
ทั้งนี้ พล.ต.จำลอง กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่า การที่ตำรวจออกมาปฏิเสธว่าใช้แก๊สน้ำตาอย่างเดียวในการสลายการชุมนุมแต่ปรากฎว่ามีประชานได้รับบาดเจ็บถึงขั้นขาขาด แขนขาด หรือบางรายเสียชีวิตว่า เป็นการบิดเบือนข้อมูลความจริง เพราะลำพังแก๊สน้ำตาไม่สามารถที่จะทำร้ายประชาชนให้ต้องบาดเจ็บถึงขั้นนั้นได้ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าว แม้แต่ต่างชาติ ก็รับไม่ได้ ต้องมีการใช้อาวุธอื่นที่ไม่ใช่แก๊สน้ำตา การที่ตำรวจโจมตีพันธมิตร เป็นการกระทำที่แย่และโหดที่สุด ตนไม่คิดว่า จะมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ อีกในรอบ 10-20 ปีที่ผ่านมา
พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า พันธมิตรฯ ยืนยันว่า จะต้องดำเนินการฟ้องร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบต่อเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด ในการสลายผู้ชุมนุม และการตั้งข้อหาเกินจริง เพราะข้อเท็จจริงต่างๆ ได้ปรากฎออกมาแล้วว่า พันธมิตรฯ ต่อสู้ตามกฎหมาย แต่การกระทำต่างๆ ที่ตำรวจทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้เรื่องเก่าๆ ที่สตช. ถูกฟ้องก็รับกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว จากการเข้ารือ้เต็นท์ และทำลายข่าวของของพันธมิตรฯ ก่อนนหน้านี้ การดำเนินการฟ้องต้องมีอย่างแน่นอน ซึ่งไม่รู้ว่า สตช. เมื่อโดนฟ้องเยอะขนาดนี้จะมีงบประมาณมาชดใช้ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพียงพอหรือไม่ ทั้งนี้มองว่า การที่ตำรวจออกมาพูดว่ามีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาสร้างความสูญเสียที่เกิดขึ้น ตนก็อยากจะบอกว่า แท้จริงแล้ว ตำรวจและรัฐบาลเองนั่นแล่ะ ที่เป็นกลุ่มคนเหล่านั้น
เมื่อถามว่า เมื่อทั้งพล.ต.จำลอง และนายไชยวัฒน์ ถูกปล่อยตัวแล้ว จะกลับไปบอกให้แกนนำที่เหลืออีก 7 คน มามอบตัวเพื่อสู้คดี หรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ให้คนทั้ง 7 ตัดสินใจเอาเองว่า จะมามอบตัวหรือไม่ ถ้าได้รับคำมั่นสัญญาว่า เมื่อมอบตัวแล้วจะได้ประกันตัวและสามาารถกลับมาชุมนุมต่อ ก็ให้ไปมอบ ทั้งนี้ จุดยืนพันธมิตรฯ จะสลายการชุมนุมก็ต่อเมื่อ รัฐบาลยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องลาออกทั้งคณะ เพื่อเป็นการรับผิดชอบ และนำไปสู่การเมืองใหม่
เมื่อถามว่า เมื่อกลับไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสถานที่ตังเวทีใหญ่ของพันธมิตรฯ จะมีการประชุมแกนนำเลยหรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวไม่ทราบ แต่ตนจะกลับไปให้ภรรยาตัดผม ที่ยาวออกมาก่อน
เมื่อถามถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น มีคนอ้างว่า เป็นเพราะมาจากการที่พันธมิตรฯ จัดดาวกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ พล.ต.จำลองกล่าวว่า การจัดดาวกระจายซึ่งมีมาตลอดไม่เคยทำความสูญเสียอย่างใด แต่เป็นการกระทำของพวกนรกเกลื่อนกรุง ที่มาทำความสูญเสีย ทั้งนี้ ตำรวจอยู่แล้วเวลาจะดาวกระจายไปไหน ไม่ได้ปิดบัง ถ้าความสูญเสียเกิดขึ้นนั้นก็ไม่ใช่ความผิดของพันธมิตรฯ เพราะทำตามกฎหมายมาตลอด ท่าทีเหมือนเดิมคือ ชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวยุธ และการดาวกระจายทุกครั้ง ทุกคนก้ไปด้วยความสมัครใจ ไม่ได้บังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด
จำลอง ยันร่วมชุมนุมพันธมิตรฯทันที หลังประกันตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยม พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ เพื่อแจ้งมติของแกนนำที่เหลือทั้ง 4 คน ซึ่งต้องการให้ พล.ต.จำลองยื่นประกันตัวและกลับไปร่วมชุมนุม ว่า ไม่กล้าเข้าไปขอร้อง พล.ต.จำลองให้ยื่นประกันตัว แต่ได้พูดคุยกับพ.ต.หญิงศิริลัษณ์ ศรีเมือง ภรรยา พล.ต.จำลอง ว่า หากพล.ต.จำลองกลับไปร่วมชุมนุมอีกครั้ง ขวัญและกำลังของผู้ชุมนุมจะดีขึ้น จากนั้นเมื่อพ.ต.หญิงศิริลักษณ์เข้าไปพูดคุยกับพล.ต.จำลอง จึงยอมยื่นประกันตัว และทันทีที่ได้รับประกันตัว พล.ต.จำลอง จะเข้าร่วมชุมนุมที่ทำเนียบฯทันที
อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า พันธมิตรฯจะฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หลังจากการชุมนุมที่ยาวนานถึง 140 วันได้รับความสนใจจากนานาชาติ พันธมิตรฯจะไม่ยอมให้ผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บต้องสูญเปล่า แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ขอร้องว่าอย่าฟ้องดำเนินคดีกับตำรวจชั้นปฏิบัติการ ซึ่งพันธมิตรฯ จะหารือว่าจะดำเนินคดีกับตำรวจชั้นใดบ้าง
ศาลให้ประกัน จำลอง-ไชยวัฒน์ ใช้ตำแหน่งส.ว.สรรหาค้ำ
นายณฐพร โตประยูร ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า ศาลอนุญาตให้ประกันตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 2 แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว โดยใช้ตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ระบบสรรหา ค้ำประกันโดยศาลได้ตีวงเงินประกันคนละหนึ่งแสนบาท โดยไม่มีเงื่อนไข โดยหลังจากนั้น เจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์จะนำคำสั่งไปขออนุมัติปล่อยตัวบุคคลทั้งสองที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป
สำหรับการยื่นประกันดังกล่าว มีขึ้นหลังจากเมื่อเช้าวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับแกนนำกลุ่มพันธมิตรและผู้ร่วมชุมนุม รวม 9 คน ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับกบฎและสะสมกำลังพลและอาวุธแต่ให้ออกหมายจับใหม่ พันธมิตรฯที่เหลือ 7 คนในข้อกล่าวหามั่วสุมกันทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
สนธิ กล่าวหา สุรพล มีเงินเพิ่มในบัญชี16ล.รับเป็น พญามาร
นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวทีปราศรัยภายในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 9 ต.ค. โดยกล่าวหา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีเงินสดจำนวน 16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาในบัญชีธนาคารในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจน้ำได้อย่างไร ทั้งนี้ อยากจะให้ พล.ต.ต.สุรพล ไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย
นอกจากนี้ นายสนธิ ยังกล่าวยอมรับบนเวทีปราศรัยว่า ตนเอง คือ พญามาร แต่ที่ผ่านมาได้กลับตัวกลับใจโดยใช้ธรรมะนำหน้าแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุม ปักหลักอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลต่อไป โดยระบุว่า วันใดเกิดเหตุปฏิวัติรัฐประหารขึ้น ก็ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามว่าเป็นการรัฐประหารเพื่อประชาชนหรือเป็นการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากเป็นประเด็นหลังวันนั้นคือ วันนองเลือดของแผ่นดินอย่างแน่นอน
สนธิ ประกาศพร้อมมอบตัว หลังศาลถอนข้อหากบฏ
นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีศาลอุทธรณ์เพิกถอนข้อหากบฏว่า หากมีการเพิกถอนข้อหากบฏ ก็พร้อมที่จะเข้ามอบตัวในข้อหาอื่น เพราะเพราะข้อหาที่เหลือเป็นเรื่องเล็ก และจะขอประกันตัวออกมา แต่ถ้าไม่ให้ประกันก็จะให้กลุ่มพันธมิตรฯ ไปกดดัน แต่ยืนยันว่าการชุมนุมที่ทำเนียบฯ ยังมีอย่างต่อเนื่องต่อไป
ข้อมูลจาก มติชน
