ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วานนี้ ทั้งบรรยากาศการเมืองระดับชาติและเหตุการณ์บ้านเมืองไม่เอื้อมีเลือกตั้งถี่ ผู้สมัครฯ มีน้อย และคู่แข่งขันไม่โดดเด่นนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าววันนี้ (6 ต.ค.) ถึงจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) วานนี้ (5 ต.ค.) ที่คิดเป็นร้อยละ 54.17 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ว่า บรรยากาศต่างๆ ทำให้พอคาดหมายได้ รวมทั้งบรรยากาศการเมืองในระดับชาติ และเหตุการณ์บ้านเมืองไม่เอื้อต่อบรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เท่าที่ควร ดังนั้น ได้มาเกินครึ่งคิดว่า เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง
กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงคำถามมีการประเมินหรือไม่ทำไมคน กทม. ออกมาใช้สิทธิค่อนข้างบางตา ว่า ความจริง 50 กว่าเปอร์เซ็นขึ้นมาคิดว่า เป็นระดับที่ปกติสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งได้ไปสังเกตมาหลายแห่ง คือ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปลายปีมา ประเทศไทยมีการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ตั้งแต่การลงประชามติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ดังนั้น ความรู้สึกต่างๆ จึงไม่เหมือนกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2547 ที่เป็นการเลือกตั้งโดดๆ ประชาชนจึงมีความกระตือรือร้น นอกจากนั้น คราวนี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เองมี 16 คน น้อยกว่าครั้งก่อน เมื่อปี 2547 ที่มีถึง 21 คน และคู่แข่งเมื่อปี 2547 ดูแล้วจะเห็นว่า มีความเข้มข้นมาก ทำให้ครั้งนี้ ประชาชนอาจจะมองว่า ดูแล้วผู้สมัครรายหนึ่งเด่นมากจึงมีความเนือยๆ ไป
สำหรับภาพรวมการเลือกตั้งและการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ นายประพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีมากมายอะไร โดยมีการจำหน่ายจ่ายแจกสุราประมาณ 20 กว่าราย เรื่องร้องเรียนส่วนมากไม่น่าหนักใจอะไร สำหรับเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงขณะนี้ ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการมา โดยมีเพียงว่า มีการกล่าวว่า มีหัวคะแนนเคลื่อนไหวบ้างก็ส่งหน่วยป้องปราบลงไปดูแล
กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงจำนวนบัตรเสียที่มีประมาณ 0.88% จำนวน 19,376 ใบ ว่า คราวนี้ เรียกว่า บัตรเสียน้อยมาก เพราะปกติการเลือกตั้งที่ผ่านมา บัตรเสียจะอยู่ประมาณ 3% และกรณีที่มีการเลือกตั้งทั้งนายกทั้งสมาชิกบัตรเสียจะเพิ่มขึ้น คราวนี้ บัตรเสียที่มีเพียงเท่านี้ เรียกว่า เป็นตัวเลขที่น่าพอใจ โดยเหตุผลหนึ่ง เพราะคราวนี้ พิมพ์บัตรให้ตรงกับจำนวนผู้สมัคร คือ 16 เบอร์ ดังนั้น การกากบาทเครื่องหมายที่ไม่มีคนลงสมัครก็ตัดปัญหาตรงนี้ ไป ซึ่งท้องถิ่นต่างจังหวัดบางแห่ง เช่น การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยังทำไม่ได้ เพราะมีการเลือกตั้งเยอะ เลยใช้บัตรแบบที่เรียกว่า บัตรโหล ดังนั้น การกาผิดจะมีมาก
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า คะแนนที่ออกมานับไปหมดแล้ว แต่ตัวเลขทางการวันจันทร์นี้ ต้องรอคณะ กรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. (กกต.ทถ.กทม.) ที่มี พล.ร.ท.ณรงค์ ชโลธร กับคณะเซ็นรับรองเป็นทางการมา และน่าจะส่งถึง กกต. กลาง ได้ในวันจันทร์ หรือ อังคาร ส่วนการรับรองผลตามกฎหมายนั้น ระเบียบบริหารราชการ กทม. บัญญัติให้มีการรับมอบงานในตำแหน่งผู้ว่าฯ ภายใน 7 วัน นับจากวันประกาศผล โดยในส่วนนี้ กกต.ทถ.กทม. ส่ง กกต. กลางเร็ว ที่ปกติ กก.ต กลาง มีการประชุมวันอังคาร พุธและพฤหัสบดีอยู่แล้ว ถ้าผลส่งมาก็นำเข้าที่ประชุมและประกาศได้เลย หรือ มีเรื่อร้องเรียนที่จะต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นไปก่อนหรือไม่อย่างไรต้องหารือกัน
กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีเรื่องร้องเรียนของว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ที่อาจจะได้ใบเหลือ หรือ เลือกตั้งใหม่ หรือ ยกคำร้อง ว่า ขั้นตอนการร้องเรียนเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีการร้องเรียนก็มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนกันมา และได้ทราบว่า มีการสืบสวนสอบสวนเสร็จแล้ว 1 เรื่อง และกำลังจะเสนอมา คือ เรื่องป้ายประชาสัมพันธ์ ส่วนเรื่องการแจกการ์ดไวไฟกำลังอยู่ระหว่างอนุกรรมการฯ สืบสวนสอบสวน
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ถ้า กกต. สามารถพิจารณาผลการเลือกตั้งได้ก็คงพิจารณาไป แต่ถ้าเห็นว่า การสอบสวนไม่เสร็จอาจจะต้องประกาศผลไปก่อนและการสอบสวนดำเนินไปคล้ายกับการเลือกตั้งๆ ส.ส. ส่วนเรื่องร้องเรียนการแพร่ภาพเทปหาเสียงของนายอภิรักษ์ โกษะโยธินนั้น ยังไม่ทราบ