ผบ.กองกำลังสุรนารี เผยยังไม่มีการเจรจากับเขมร ยันไม่ได้เสริมกำลังทหารตรึงแนวชายแดน ด้านข่าวลับระบุกัมพูชาเคลื่อนกำลังทหาร พร้อมอาวุธหนักปักหลักห่างปราสาทตาเมือนธม สุรินทร์ 20 กม. ลือสะพัดจะบุกยึดคืน 20 ตุลาคมปะทะ
ความเคลื่อนไหวบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ภายหลังมีเหตุปะทะกันระหว่างทหารกัมพูชากับกองกำลังทหารไทย ขณะลาดตระเวนไปถึงบ้านภูไร่น้อย ฝั่งทิศตะวันตกของภูมะเขือ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กองกำลังสุรนารีได้เสริมกำลังทหาร พร้อมด้วยอาวุธสงคราม เดินทางขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสนับสนุนทหารที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร โดยสถานการณ์ทั่วไปเหตุการณ์ยังคงปกติ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายบุญรวม พงษาปาน ผอ.โรงเรียนภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ทางโรงเรียนปิดภาคเรียนมาตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน แต่จะมีครูที่ต้องมาทำงานที่โรงเรียน จึงสั่งการให้ครูเวรเฝ้าติดตามฟังข่าวถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับครู
จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่าชาวบ้านเองไม่มีความตึงเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และไม่ได้เตรียมตัวอพยพหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านในพื้นที่จะมองว่า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ทหาร และหน่วยงานราชการในพื้นที่ก็ไม่ได้มีประกาศเตือน หรือเตรียมอพยพชาวบ้านในพื้นที่แต่อย่างใด
นายบุญรวม กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับภูมะเขือ ก็ยังคงทำการเกษตรตามปกติ ไม่มีความตื่นเต้น หรือหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งในหมู่บ้านก็ไม่มีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหมือนช่วงที่ทหารไทย-กัมพูชา ตรึงกำลังตามแนวชายแดนที่มีการสั่งปิดร้านจำหน่ายสินค้าบนผามออีแดง ครั้งนี้มีเพียงชาวบ้านที่เป็นญาติของทหารทั้ง 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บ นำผลไม้และดอกไม้ไปเยี่ยมที่ รพ.กันทรลักษ์ เท่านั้น และล่าสุดทราบว่าได้ย้ายไปรักษาตัวต่อที่ จ.อุบลราชธานี
สถานการณ์ในพื้นที่หลังจากที่เกิดการปะทะกัน ล่าสุดพบว่า กองกำลังทหารของไทยได้ใช้รถบรรทุกนำทหารจำนวนมาก เข้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทางขึ้นภูมะเขืออย่างต่อเนื่อง คาดว่าเป็นการนำทหารเข้าไปตรึงกำลังสมทบกับกองกำลังตามแนวชายแดนที่มีอยู่ก่อนหน้านี้
แหล่งข่าวแจ้งว่า พื้นที่ภูมะเขือซึ่งเป็นจุดปะทะ ได้ทำการเสริมกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าเป็นการป้องกันทหารกัมพูชารุกล้ำเขตแดนไทยอีก ส่วนด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ก็ทำการตรวจเข้ม ไม่อนุญาตให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารโดยเด็ดขาด ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากกองทัพภาคที่ 2 เท่านั้น
นางทอแสง โคสัย อายุ 66 ปี ชาวบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดเขตชายแดนด้านเขาพระวิหาร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันของทหารไทยกับกัมพูชา รุ่งเช้ามีเครื่องบินมาบินวนอยู่แถวๆ หมู่บ้าน รู้สึกตกใจเล็กน้อย คิดว่าคงจะเกิดการสู้รบกัน ก็คอยฟังแต่เสียงแจ้งเตือนจากทางทหารว่าจะให้ชาวบ้านทำอะไรก็พร้อมปฏิบัติตาม เพราะตนอยู่พื้นที่นี้มาแต่เกิด อยู่กับภาวะสงครามมาหลายครั้ง ถ้าเกิดสงครามขึ้นอีกครั้งก็จะเป็นครั้งที่ 4 ถือว่าชาชินกับภาวะสงครามนี้แล้ว
จากเหตุการณ์ปะทะกัน ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมทหารไทยยอมเสียเปรียบกัมพูชามาตลอด ยอมให้ทหารบาดเจ็บโดยใช่เหตุ หากจะเกิดสงครามกันจริงๆ ชาวบ้านก็ไม่กลัว
"ชาวบ้านในพื้นที่ รับรู้ความเคลื่อนไหวตลอด เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 วันก่อนก็เหมือนกัน ข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านทราบมาว่า ความจริงเกิดจากการที่ทหารไทยไปตัดไม้เพื่อมาทำเพิงพัก ทำให้ทหารเขมรไม่พอใจ จึงได้ยิงปืนใส่ ทำให้เกิดการปะทะ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นแผ่นดินไทยแท้ๆ แต่เขมรกลับมาแสดงท่าทีเป็นเจ้าของแผ่นดิน ทหารเรากลับทำอะไรไม่ได้เลย นี่เป็นสิ่งที่ชาวบ้านรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยยอมอ่อนข้อให้เขมรถึงขนาดนี้" นางทอแสงกล่าว
ด้าน พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ขณะนี้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ได้มีการเจรจาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีอะไรตึงเครียดแล้ว กองกำลังของทหารไทยก็คงตรึงกำลังตามแนวชายแดนปกติ ไม่มีการเสริมกำลังเข้าไปที่ภูมะเขือแต่อย่างใด ส่วนทหารทั้ง 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์ อาการดีขึ้นมาก ซึ่งทางทหารก็จะดูแลอย่างดีที่สุด ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ โดยทหารไม่ได้มีการประกาศเตือนภัยแต่อย่างใด
ส่วนสถานการณ์ด้าน จ.สุรินทร์ บริเวณปราสาทตาควาย ที่มีกรณีพิพาทก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่เกิดเหตุทหารไทยกับทหารกัมพูชาปะทะกันขึ้นที่บริเวณตีนภูมะเขือ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ด้านชายแดนที่ติดกับ จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่บริเวณปราสาทตาควาย บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
ปรากฏว่า ในช่วงนี้มีการเคลื่อนไหวของกำลังทหารกัมพูชา โดยมีการเสริมกำลังจากฐานบ้านปะโอง อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย และทหารชายแดนกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านทะมอโดน อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กว่า 1 กองร้อย ประมาณ 200 คน พร้อมอาวุธหนักครบมือ เคลื่อนเข้ามายังปราสาทตาควาย อีกครั้งในช่วงนี้
ในขณะเดียวกันแหล่งข่าวยังแจ้งอีกว่า นอกจากปราสาทตาควายแล้ว ยังมีกำลังทหารเขมรอีกจำนวนมากเคลื่อนกำลังพร้อมอาวุธหนัก และปืนจรวด มิก 21 และ 44 มายังฐานบ้านกรูด อ.บันเตียอำปึล จ.อุดรมีชัย ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ประมาณ 20 กิโลเมตร โดยมีกระแสข่าวลือสะพัดว่า กำลังชุดนี้จะเคลื่อนเข้ามาประชิดยังปราสาทตาเมือนธม เพื่อยึดคืนภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
