สมชาย เผยผลเข้าพบ พล.อ.เปรม เพื่อขอพรและขอคำแนะนำในการทำหน้าที่นายกฯ เพื่อดูแลประชาชนมากกว่าดูแลพรรคการเมือง แต่ปฏิเสธที่จะพูดในรายละเอียดนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 1 ตุลาคม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯและรมว.กลาโหม ได้เดินทางออกจากดอนเมือง เพื่อเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศน์ ในเวลานัดหมาย 18.00 น.
ทั้งนี้ นายกฯได้เดินทางมาถึงก่อนเวลา จึงได้แวะพักที่ห้องอาหารราชตฤณนามัยสมาคม สนามม้านางเลิ้ง ประมาณ 10 นาที จากนั้น จึงเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนพิษณุโลก ผ่านบริเวณการชุมนุมของกลุ่มม็อบพันธมิตรฯ เข้าถนนพระราม 5 และเลี้ยวซ้าย บริเรณหน้าวัดเบญจมบพิตร มุ่งหน้าสุ่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม โดยได้เดินทางไปถึงเวลาประมาณ 17.45 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เดินทางเข้าพบพล.อ.เปรม ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พร้อมกับ นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกฯ และ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิมณี หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ ประจำ รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมี พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม เป็นคนออกมาต้อนรับ
ต่อมาเวลา 18.30 น. นายสมชาย ได้เสร็จสิ้นการหารือ กับ พล.อ.เปรม โดยได้เดินทางออกจากบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ทันที โดยมี พล.อ.เปรม ได้เดินออกมาส่งขึ้นรถ ที่บริเวณประตูหน้าบ้านพัก ซึ่ง พล.อ.เปรม มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและอารมณ์ดี
เมื่อเวลา 18.40 น. นายสมชาย ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมสยามซิตี้ ภายหลังเข้าพบ พล.อ.เปรม ว่า พล.อ.เปรม เป็นผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของบ้านเมือง และตนก็มีความเคารพนับถือและศรัทธา จึงคิดว่าในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่งนายกฯ ถ้ามีโอกาสก็ต้องการเข้าพบเพื่อขอพรและขอคำแนะนำ ซึ่งเป็นนิมิตรหมายมงคลที่ดี ในการทำงานต่อไป
"โอกาสที่ได้เข้ามาเป็นนายกฯ เราก็ควรจะดูแบบอย่างว่า นายกฯท่านก่อน ๆ ทำอะไรไว้ที่เป็นเรื่องที่ดีกับบ้านเมือง เราก็ควรจะดูแบบอย่าง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นผลดีกับประชาชน" นายสมชาย กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.เปรม ให้คำแนะนำอะไร นายสมชาย กล่าวว่า ได้สนทนากันในรายละเอียดแต่คงเปิดเผยไม่ได้ เพราะเป็นการพูดคถุยกัน โดยได้รับคำแนะนำซึ่งเป็นเรื่องที่ดี สำหรับบ้านเมือง
นายสมชาย กล่าวต่อว่า การที่ตนเข้ามาทำหน้าที่นายกฯก็เพื่อจะทำหน้าที่ดูแลประชาชน เพื่อคนที่ลำบาก ที่หวังให้รัฐบาลเข้าไปช่วยดูแล รอให้รัฐบาลยื่นมือไปดึงเขาขึ้นมา ให้พ้นจากความยากจน ให้ลืมตาอ้าปากได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
"สิ่งนี้เป็นความตั้งใจ เพราะไม่ได้ตั้งใจว่า มาแล้วเพื่อการเมือง ไม่ได้ตั้งใจว่าต้องทำงานแบบเล่นการเมือง หรือดูแลแต่พรรคการเมือง เพราะเรื่องเกมการเมือง ผมไม่ค่อยได้คิดเท่าไร ก็อยากจะบอกประชาชนว่า ผมมาทำงานตรงนี้ วัตถุประสงค์ ก็คือ ดูแลพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาก็ได้ทำไปบ้างเล็กน้อย แต่ยังเป็นเพียงเริ่มต้น เพราะยังไมได้ทำงานเต็มที่ ดังนั้น จึงไม่อยากพูดปัญหาการเมืองเท่าใดนัก เพราะการเมืองบางครั้งพูดไปก็ไม่จบ แต่ประชาชนกำลังรอดู ก็ยืนยันว่า ผมไม่ได้มุ่งหมายว่าต้องเล่นการเมือง หรือต้องมาดูแลพรรคการเมือง แต่ต้องดูแลความลำบากของประชาชนให้มากที่สุด" นายสมชาย กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายสมชาย ปฏิเสธที่จะพูดรายละเอียดของการเข้าพบ
สมชาย พร้อมเคลียร์กลุ่มก๊วนภายในพปช.
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชาชน หลังจาก ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรค ออกมาแถลงเปิดใจว่าสาเหตุความขัดแย้งมาจากการแย่งชิงอำนาจและจัดสรรผลประโยชน์ไม่ลงตัว จนอาจทำให้พรรคแตกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่บานปลายอย่างแน่นอน เพราะในพรรคมีความเป็นประชาธิปไตย สมาชิกคิดอะไรก็พูดกันออกมาแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็หารือกัน และทำให้เกิดความเข้าใจไม่รู้สึกว่าการที่สมาชิกออกมาพูดอะไรแล้วจะส่งผลกระทบต่อพรรค แต่เมื่อเกิดปัญหาทุกคนก็ต้องพร้อมช่วยกันแก้ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา พรรคพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกทุกคนเพื่อจะได้ทราบปัญหา และหาทางเยียวยาต่อไป เพราะแม้ว่าความเห็นในพรรคจะมีความหลากหลาย แต่จุดยืนทางการเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน ยอมรับว่าพรรคพลังประชาชนเป็นพรรคใหญ่จึงต้องมีความเห็นแตกต่างกันบ้าง มีส.ส.กว่า 200 คน ไม่ใช่ 20-50 คน
ต่อข้อถามที่ว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ไม่ลงตัว นายสมชาย กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ แต่เข้าใจว่าคนที่ออกมาพูดต้องการอยากเห็นความเป็นธรรม ตนในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่อยู่ตรงกลางก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายมาขบคิดและพิจารณาดูว่ามีเหตุผลอย่างไร ต่อไปจะได้ทำความเข้าใจ และพยายามทำให้ทุกคนในพรรคมีความสบายใจ การที่พรรคมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก การตัดสินใจอะไรบางอย่างอาจจะไม่ทั่วถึง
ดังนั้น หลังจากนี้ต้องมีการทำความเข้าใจมากขึ้นและจะพยายามสร้างความเป็นเอกภาพในพรรคมากขึ้น ขณะนี้ตนยังไม่ได้เป็นผู้นำตัวจริง เพราะเป็นรองหัวหน้าพรรคและหลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไป ยังไม่ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แต่ตนยังต้องทำหน้าที่แทนไปก่อน และจะพยายามดูแลให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่ต้องมีการเรียก ร.ท.กุเทพ มาพูดคุยหรือทำความเข้าใจ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
