นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน เดินทางไปไหว้พระที่วัดชนะสงคราม เขตพระนคร โดยได้กราบนมัสการพระพุทธรูปในอุโบสถ สักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ผู้ก่อตั้งวัดชนะสงคราม หลังจากนั้นได้เดินทางไปขอพรกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เพื่อความเป็นสิริมงคลสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวว่า ให้พรได้ แต่ถ้าจะให้ช่วยให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คงต้องอยู่ที่ตัวเองต้องทำเอง ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.อย่าทอดทิ้งประชาชน ให้มีความเสมอต้นเสมอปลาย ที่เคยหาเสียงไว้ต้องทำให้หนักใจไว้ตลอดเวลาในสิ่งที่เคยให้คำสัตย์อะไรไว้ ที่เคยเห็นมานักการเมืองพูดตอนหาเสียงอย่างหนึ่งแต่พอได้แล้วทำอีกอย่างหนึ่ง เลยได้เป็นแค่สมัยเดียว ที่จริงแล้วไม่ต้องมาหาก็ได้ แค่จำนัยยะไว้ว่า อย่าทอดทิ้งประชาชน แล้วประชาชนจะไม่ทอดทิ้งเรา
นายประภัสร์ เปิดเผยว่า ที่มาวัดนี้เพราะเห็นว่าวัดนี้มีชื่อดี เลยมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และตนเป็นคนพูดจริงทำจริง อยากให้คนกรุงเทพฯ ให้โอกาสตน
เมื่อถามว่า คิดอย่างไรที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวว่า ถูกผู้สมัคร 3 คน ที่ไปออกรายการจับเข่าคุยเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา รุมและถามคำถามชงกันเอง นายประภัสร์ กล่าวว่า นายอภิรักษ์คิดมากไป ทำไมตนต้องฮั้วทำอย่างนั้น ตนไม่ได้รู้จักนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 เป็นการส่วนตัว นายเกรียงศักดิ์ เสียอีกที่เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์มาก่อน การพูดแบบนี้ถือว่าเป็นการดูถูกผู้สมัคร 3 คนที่ถูกพาดพิง อยากให้คิดว่า 4 ปี ที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง นอกจากการประชาสัมพันธ์ มีปัญหาอะไรก็ตั้งคณะกรรมการมาดู แต่ไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงอะไร เรื่องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมควรทำมาแล้วตั้งแต่ 4 ปีก่อน ทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้อย่าหลอกตัวเองอีกเลย
ข้อมูลจาก มติชน
