เหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง นปก.และพันธมิตร บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อประมาณตีหนึ่ง วันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมามองเป็นอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากมีเจตนาผลักให้เกิดสถานการณ์รุนแรง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศภาวะฉุกเฉิน
ยืมมือ กองทัพ ปิดเกมที่ยืดเยื้อมากว่า 3 เดือนของพันธมิตร
ความพยายามที่ว่านี้เคยเกิดมาแล้วครั้งหนึ่ง
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาตามคำสั่งบังคับคดีของศาลแพ่งที่ให้ผู้ชุมนุมออกนอกทำเนียบรัฐบาล รวมถึงรื้อเวทีพันธมิตรที่สะพานมัฆวานฯ ช่วงสายๆ ของวันศุกร์ที่ผ่านมา
จนเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับภาพการเข้าสลายการชุมนุมด้วยการใช้กระบอง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลก
แต่กระนั้น...กองทัพ ก็ยังนิ่งสงบอยู่ในที่ตั้ง !!!
ว่ากันว่า รัฐบาลสมัคร พยายามบีบให้ทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์นับแต่นั้น
โดยแลกกับ โผทหาร ที่ยังไม่คลอด
ขณะเดียวกันก็รอกระบวนการ จุดชนวน ความรุนแรง ที่ได้ฤกษ์นับหนึ่งหลังจากเสร็จงาน 116 วันฯ ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม ให้มารวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง พร้อมกับฟื้นเวที นปก. เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
มีการสั่งระดมเครือข่ายรากหญ้าแทบทุกจังหวัดให้ขนกำลังพลมาร่วมงาน 116 วันฯ อย่างน้อย 1 แสนคน และอยู่ยาวเป็นแนวร่วม นปก.
กระบวนการปลุกเร้าและยั่วยุสถานการณ์โดยฝ่ายรัฐบาลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม ก็ยังไม่หยุด
โดยครั้งนั้นเกิดจาก...ปาก...ของ สมัคร เอง ก่อนจะถึงเวลาหารือ รัฐสภา ฝ่าวิกฤติบ้านเมืองเพียง 3 ชั่วโมง
ขณะที่การประชุมราว 12 ชั่วโมง ที่รัฐสภา ได้กลายเป็นเวทีโต้วาที ก็เริ่มมีรายงานว่ามีการระดมมวลชนฝ่าย นปก.ที่ท้องสนามหลวงนับพัน เพื่อรอเวลาบุกตีพันธมิตรกลางดึก
พร้อมกับกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสลายการชุมนุมในวันรุ่งขึ้น !!!
เช้าวันจันทร์มาถึง จู่ๆ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.ที่เข้ามารักษาการ ผบช.น. หลังจาก พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ถูกปลด ก็ออกมาประกาศว่า เจ้าหน้าที่ใช้เพียงโล่ป้องกัน ห้ามใช้กระบอง
และผลจากคำสั่งของ พล.ต.อ.จงรัก ทำให้กลางดึกคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่ม นปก. ที่รอสัญญาณไฟเขียวอยู่แล้ว ก็บุกเข้ามาตีพันธมิตรที่เชิงสะพานมัฆวานฯ อย่างง่ายดาย
โดยที่ตำรวจ ไม่มีน้ำยา สกัดกั้น ทั้งๆ ที่สายข่าวรายงานมาตลอดว่าผู้ชุมนุม นปก.กำลังเคลื่อนขบวนมาทางกลุ่มพันธมิตร กระทั่งปล่อยให้มาปักหลักที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สำเร็จ
งานนี้เลยถูกตั้งข้อสังเกตว่า นี่คือหนึ่งในกระบวนการ จุดชนวน ความรุนแรงให้เกิดขึ้น
ขณะที่เช้าวันถัดมา พล.ต.อ.จงรัก ยอมรับว่า รู้ว่า นปก.จะบุกมา แต่...ตำรวจทำดีที่สุดแล้ว
รู้ แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงบานปลายจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งตำรวจก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ตำรวจกลัวความรุนแรง จึงมีแต่เพียงโล่ไว้คอยป้องกันเหตุเท่านั้น
ขณะเดียวกันกระบวนการในฝ่ายพรรคพลังประชาชน จะเห็นความเคลื่อนไหวชัดเจนตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันจันทร์ เมื่อ พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกรัฐบาลผู้โลกลืม นำทีมเปิดแถลงข่าวที่กรมประชาสัมพันธ์
เนื้อหาอัดยับแกนนำพันธมิตรว่ากำลังทำลายพระราชอำนาจ และสถาบันนิติบัญญัติกำลังถูกทำลายโดยพรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปก. เปิดประเด็น พร้อมลาออกจากตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล เพื่อไปฟื้น นปก.อย่างเต็มตัว
ผมพร้อมลาออกมาปกป้องประชาธิปไตยแบบสันติวิธีที่แท้จริง ผมพร้อมชักชวนประชาชนส่วนใหญ่ออกมาปกป้องบ้านเมือง ผมคิดว่าจะรวมประชาชนออกมาได้นับแสนคน โดยจะไม่ยกพลไปตีกับใคร แต่จะแสดงตัวว่าไม่เอาระบบและวิธีการแบบนี้
เห็นได้ชัดว่า สอดคล้อง กับกระบวนการที่รับลูกกันมาเป็นทอดๆ !!!
ขณะเดียวกัน กระบวนการ จุดชนวน ยังเดินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อ สมัคร ได้เรียกประชุมแกนนำพรรคพลังประชาชนในเวลา 16.00 น.
แล้วผลการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง ก็เสมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ นปก. หรือ นปช. ออกอาละวาดได้เต็มที่ พร้อมกับออกตัวล่วงหน้าว่า รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง และการปล่อยม็อบชนม็อบ
ถัดจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ก็ปรากฏความเคลื่อนไหวจากฝ่าย นปช.ที่ท้องสนามหลวง มีแกนนำพรรคพลังประชาชนไปร่วมหลายคน
กระทั่งมีข่าวว่า ลูกน้องคนสนิทของ เนวิน ชิดชอบ ที่ชื่อ ทรงศักดิ์ ทองศรีย ไปปักหลักบัญชาการถึงที่
แต่แผนการบุกตีกลับพลาดไปเล็กน้อย เมื่อกองทัพตัดสินใจส่งทหาร 4 กองร้อย เข้าคุมสถานการณ์ ก่อนที่รายการเผารถยนต์ วางเพลิงจนวุ่นวายจะเกิดขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่สร้างขึ้นมิได้พลาดซะทีเดียวนัก
เพราะในที่สุด สมัคร ก็ประกาศภาวะฉุกเฉินและโยนเผือกร้อนให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางความไม่พอใจของกองทัพ
กระนั้นก็น่าสังเกตว่า สถานการณ์มาถึงนาทีนี้ ยังไม่มีใครเป็นผู้ชนะ
การประกาศภาวะฉุกเฉินอาจทำให้สถานการณ์ของ รัฐบาลสมัคร แย่ลงกว่าเดิม
เพราะเมื่ออำนาจสูงสุดในการควบคุมสถานการณ์อยู่ในมือ ทหาร อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ที่น่าจับตาก็คือ ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะเป็นอีกแรงที่กดดัน สมัคร
หรือจะผลักตัวเอง ตกเหว ไปพร้อมกัน !!!
โต๊ะข่าวการเมือง
ตำรวจ...หายไปไหนนองเลือด...พธม.-นปช.
ข่าวการเคลื่อนทัพของ นปช. ตำรวจล่วงรู้มาตลอด โดยวิทยุรายงานด่วนมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่า นปช.จะเคลื่อนตัวประชิดกลุ่มพันธมิตร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
