ย่างเข้าสู่วันที่ 101 แล้วกับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่หลังจากที่เคลื่อนทัพเข้ามาปักหลักชุมนุมภายในทำเนียบรัฐบาลย่างเข้าสู่วันที่ 7 สถานการณ์ก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันเพราะนับแต่กลุ่มพันธมิตรบุกยึดทำเนียบรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ กระแสข่าวการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าจับกุม 9 แกนนำที่ถูกออกหมายจับพร้อมทั้งสลายการชุมนุมก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรจึงต้องมีมาตรการเข้มงวดกับการตรวจบุคคลที่ผ่านเข้าออกบริเวณที่ชุมนุมเป็นพิเศษ
หลังจากมีกระแสข่าวมาเป็นระยะว่า มีสันติบาล 9 ชุด ระดับ รองผู้บัญชาการ แฝงตัวเข้ามาภายในกลุ่มพันธมิตรเพื่อเตรียมแผนจับ 9 แกนนำ
ทั้งยังมี กลุ่มมือที่สาม ที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรง
ทั้งหมดนี้ทำให้กลุ่มพันธมิตรนิ่งนอนใจไม่ได้ จึงต้องมี การ์ดอาสา คอยป้องกันเหตุโดยผนึกกำลังกับ นักรบศรีวิชัย อย่างเข้มงวด
โดยแต่ละจุดจะมีการ์ดอาสาอยู่ประจำไม่ต่ำกว่า 200 นายย จัดวางกำลังตามยุทธศาสตร์ ป้องไข่แดง ในลักษณะวงแหวนสองชั้น
วงแหวนชั้นนอก จะเป็นจุดของถนนทั้ง 4 ด้านที่มุ่งหน้าเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะนำแผงเหล็กมากั้น ถือเป็นด่านแรกในการตรวจผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุม
หนึ่ง...เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตรงข้ามกับสำนักงานสหประชาชาติ
สอง...ด้านสี่แยกมิสกวัน ฝั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล
สาม...เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์
สี่...เชิงสะพานอรทัย ด้านหลังทำเนียบรัฐบาล
ทั้งหมดนี้เป็นเพียง ด่านแรก เพราะในชั้นนี้ทำได้เพียงเดินบริเวณถนนโดยรอบทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น
ขณะที่หากจะเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็น วงแหวนชั้นใน ก็จะต้องมีการสกรีนอีกชั้น
จากประตูทางเข้าทำเนียบฯ ทั้งหมด 7 ประตู มีการเปิดให้เข้า-ออกเพียง 2 ประตูเท่านั้น คือประตูที่ 1 ด้านติดกับห้องผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล (รังใหม่) และประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ
ขณะที่ประตูที่เหลือมีการปิดตาย อ๊อกเชื่อมอย่างแน่นหนา พร้อมกับมีการ์ดอาสามายืนเฝ้าเช่นเดียวกัน
ในส่วนประตูที่ 1 และ 5 ซึ่งเปิดให้เข้า-ออกได้นั้น ทุกคนที่จะผ่านเข้ามา ต้องถูกตรวจสอบผ่านเครื่องสแกนวัตถุระเบิด หรืออาวุธร้ายแรง อาทิ ปืน และมีด
พร้อมทั้งตรวจค้นกระเป๋าก่อนเข้าทุกคน และใช้มือคลำไปตามร่างกาย โดยจะมีการ์ดชาย-หญิง คอยตรวจสอบอย่างเข้มงวด
แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหมดนี้ก็ไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าบุคคลใดเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และบุคคลที่สาม ที่เข้ามาแฝงตัวได้
กลุ่มพันธมิตรจึงทำได้เพียงแค่การประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมเฝ้าระวังเหตุผิดปกติ
ห้ามเชื่อใบปลิวที่มีการแจกจ่ายในที่ชุมนุม หรือเชื่อบุคคลอื่นแบบปากต่อปาก
แต่ให้ฟังแกนนำทั้ง 5 คนบนเวทีเท่านั้น ที่จะประกาศความเคลื่อนไหว และมติของแกนนำเป็นระยะๆ
ล่าสุดหลังจากที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากกระจัดกระจายตามจุดต่างๆ ของทำเนียบรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรจึงได้ติดตั้งทีวี และจอโปรเจกเตอร์กระจายตามจุดต่างๆ เพิ่ม
เพื่อให้ครอบคลุมทั้งใน และนอกทำเนียบรัฐบาล เพื่อการสื่อสารกับกลุ่มผู้ชุมนุม หากเกิดเหตุจะได้ทราบอย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกันในช่วงที่ แกนนำ ไม่ได้ขึ้นเวที ต่างก็ได้แยกย้ายกันเดินไปเข้าหามวลชนตามจุดต่างๆ ภายในทำเนียบรัฐบาล
พร้อมกับแนะนำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้สังเกตเหตุการณ์รอบตัวแกนนำตลอดเวลา ว่าหากเกิดเหตุการณ์ยื้อ ยุด ฉุดกระฉาก ให้สันนิษฐานได้ว่าแกนนำกำลังจะถูกอุ้มตัว
นี่คือ...แผนปฏิบัติการเวรยามในยามหน้าสิ่ว หน้าขวานที่ทำกันมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา !!!
บัญชา แข็งขัน
ตำรวจ...หายไปไหนนองเลือด...พธม.-นปช.
ข่าวการเคลื่อนทัพของ นปช. ตำรวจล่วงรู้มาตลอด โดยวิทยุรายงานด่วนมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่า นปช.จะเคลื่อนตัวประชิดกลุ่มพันธมิตร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
