แก๊สน้ำตาปริศนา สลายม็อบพันธมิตรกว่า 5 พัน หน้าบช.น. โฆษกฯยันตำรวจไม่ได้ปฏิบัติการณ์ เพียงแค่อยู่ในที่ตั้งผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ นายวัชระ เพชรทอง ขึ้นปราศรัยปลุกกระแสกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โจมตีการทำงานของตำรวจนครบาล ขณะนั้นได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นกว่าจากเดิมกว่า 5,000 คน โดยนายวัชระ สั่งให้ผู้ชุมนุม ถอยออกมาจากประตูรั้วเหล็กคนละหนึ่งก้าว เพื่อเตรียมความพร้อม ยั่วยุให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในบช.น. เพื่อทวงทรัพย์สินและข้าวของโทรศัพท์มือถือที่ตำรวจยึดมาจากผู้ชุมนุม
ต่อมานายการุณ ใสงาม หนึ่งในแกนนำ ขึ้นเวทีปราศรับสั่งให้ผู้ชุมนุมเดินชิดเข้ามาที่ประตูรั้วเหล็ก เพื่อประลองกำลัง โดยให้ผู้ชุมนุมทุบประตูรั้วเหล็กจนเสียงดังก้องไปทั่ว หลังจากนั้น ได้บอกกับผู้ชุมนุมเตรียมตัวให้พร้อมจะบุกเข้าไปใน บช.น. ให้รถพยาบาลเตรียมรับผู้บาดเจ็บ
ขณะนั้นตำรวจที่ประจำอยู่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล 3 กองร้อย 450 นายได้ประชิดเข้ามาติดประตูรั้วด้านในกันทั้งหมด ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมพังประตูเข้ามา แกนนำได้ให้สัญญาณนับถอยหลัง เป็นจังหวะ เริ่มจาก 10 , 9
.จนถึง 1 ขณะนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น มีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นมา 3 นัด ซึ่งคาดว่าจะเป็นเสียงประทัดและมีควันสีขาวกระจายออกมาจากบริเวณหน้ารถเครื่องขยายเสียง จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นหลายนัดติดต่อกันกว่า 5-6 นัดจากบริเวณที่มีการชุมนุม ขณะที่ตำรวจอยู่ด้านในมีเพียงโล่กำบังและกระบอกเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำได้สั่งให้ผู้ชุมนุมหมอบลงกับพื้น และ ได้ตะโกนว่าตำรวจยิงปืนออกมานอกรั้ว จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องอยู่ที่กลางกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณด้านประตูรั้ว 1 ลูก บนรถเครื่องขยายเสียง 1 ลูก และดังต่อเนื่องกันไปทั่วบริเวณรวม 11 ลูก ทำให้ผู้ชุมนุมหนีตายกันอย่างอลหม่าน ซึ่งคาดว่า จะเป็นระเบิดแก๊สน้ำตา บรรยากาศนิ่งสงบไปประมาณ 2 นาที บริเวณถนนศรีอยุธยา หน้าบช.น. ต่างไม่มีผู้ชุมนุมอยู่ขณะนั้นมีผู้บาดเจ็บอยู่หลายราย
กระทั่งรถพยาบาลวิ่งเข้ามาร่วมผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลวัชรพยาบาล เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้สื่อข่าวในบช.น.ต่างยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้ระเบิดแก๊สน้ำตายิงเข้าไปกับผู้ชุมนุม อาจมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ บางกลุ่มยังวิจารณ์กันว่า ตำรวจเป็นคนทำจนทำให้เกิดความสับสน จากนั้น เหตุการณ์เริ่มชุลมุน มีระเบิดควันเข้ามาใน บช.น.ประมาณ 2 นัดทำให้ตำรวจที่อยู่ริมรั้วด้านในนอนหมอบลงกับพื้น พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. สั่งเสริมกำลังจากหน่วยอรินทราช 26 รถดับเพลิง ตำรวจปราบจราจล เสริมกำลังเป็นเท่าตัว เข้าระงับเหตุจนสถานการณ์คลี่คลายลง
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบก.หัวหน้าสำนักงาน ผบช.น.ได้เข้าไปเจรจากับนายสุรชัย ไม้งาม หนึ่งในแกนนำ ตกลงกันว่า กลุ่มพันธมิตรยอมถอนกำลัง พร้อมกับประกาศว่าพื้นที่ บช.น.ไม่ใช่เป้าหมายหลัก ผู้ชุมนุมมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นแกนนำได้เคลื่อนรถเครื่องขยายเสียงกับไปที่ทำเนียบรัฐบาล
ต่อมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.นง 1 ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเพื่อให้ผู้ชุมนุมเข้าใจว่า ตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมาย ดูแลคุ้มครองทรัพย์สินของทางราชการ ถึงแม้ว่า จะต้องสละชีวิตเพื่อรักษาฐานที่ต้องก็ต้องยอมทำ ขณะเดียวกันก็ประกาศให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ทำงานอย่างเข้มแข็ง อย่างละมุนละม่อม จากนั้นตำรวจได้เปิดเพลงมาร์ทตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกว่า 500 นายต่างส่งเสียงร้องตามและเคาะโล่และกระบอกกันเป็นจังหวะ และร้องตะโกนว่า สู้ สู้
ต่อมาเวลา 20.20 น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษก บช.น. แถลงข่าวยืนยันว่าตำรวจไม่ได้เป็นคนปฏิบัติการณ์กับเหตุการณ์ครั้งนี้ กำลังที่อยู่เป็นการรักษาสถานที่เท่านั้นเอง ไม่มีกำลังชุดปฏิบัติการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันไม่ได้เป็นผู้ปาแก๊สน้ำตา ใครจะเป็นผู้ดำเนินการก็ไม่ทราบ ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยืนอยู่ด้วยยังแสบตาเลย ยังไม่ระบุว่ามีมือที่ 3 อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ตำรวจถอยทุกอย่างแล้ว เราเพียงแต่รักษาที่ตั้ง ขอให้ผู้ชุมนุมกันอย่างปกติดีกว่า อย่ากดดันตำรวจ ขอวิงวอนและขอร้องผู้ชุมนุมด้วย ตำรวจจะรักษาที่ตั้งไว้สุดชีวิต จะทำเพียงกันผลักดันเท่านั้น
พร้อมกันนี้ได้นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกระเบิดควันจากผู้ชุมนุมโยนใส่จนชุดเครื่องแบบเลอะเทอะให้สื่อมวลชนดู ขณะเดียวกัน ผบช.น. ซึ่งเดินมาสังเกตการณ์กล่าว ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า " คุณดูเอาเองก็แล้วกันว่าใครทำ ขนาดผมไปยืนสังเกตการณ์ด้านล่างยังแสบตาเลย"