เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กลุ่มนักศึกษาพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ออกแถลงการณ์ แก้วิกฤติการเมืองไทย ระบุว่าจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มประชาชนที่ชุมนุมประท้วงรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การยิงแก๊สน้ำตา ใช้อาวุธปืนจ่อหัวผู้ชุมนุม ใช้ตะบองทุบตีประชาชน เป็นต้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก กลุ่มนักศึกษาพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีความวิตกกังวลกับสถานการณ์และความขัดแย้งของบ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งมีแนวโน้มของความรุนแรง การนองเลือด และเกิดการต่อสู้ของประชาชนชาวไทยด้วยกันเอง อันจะสร้างผลเสียหายแก่ประเทศชาติและสังคมไทยอย่างใหญ่หลวง ดังเช่นอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬกลุ่มนักศึกษาเห็นว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ที่กลุ่มประชาชนในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เห็นว่าระบบการเมืองในปัจจุบันมีปัญหา และรัฐบาลบริหารประเทศอย่างขาดความชอบธรรมด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าการใช้งบประมาณของรัฐอันส่อไปในทางที่สร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง หรือมีการตัดสินใจที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน รวมทั้งไม่ดำเนินการปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ควรจะเป็น จึงได้กดดันให้รัฐบาลลาออกและหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน จนกระทั่งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตัดสินใจใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม ซึ่งจะทำให้สังคมไทยตกไปสู่วิกฤตสถานการณ์และความหายนะได้
ดังนั้น ในนามนักศึกษาคณะพัฒนาสังคมฯนิด้า ซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาการพัฒนาการเมืองและสังคมไทยตลอดมา เห็นว่าปัญหานี้ควรแก้ไขโดยวิถีทางทางการเมืองเท่านั้น ขอเสนอทางออกให้กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ โดย
1.ขอให้รัฐบาลออกคำสั่งถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดออกจากบริเวณสถานที่ชุมนุม กลับที่ตั้งเดิม
2.ขอให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการกระทำที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนที่มาชุมนุม จนส่อว่าจะเกิดรุนแรงในอนาคตได้ โดยการลาออก ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงก็ควรยุติการชุมนุมเมื่อรัฐบาลลาออกแล้ว
3.ขอให้รัฐสภามีมติงดใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 171 วรรค 2 ที่ให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และให้เสนอชื่อบุคคลภายนอกที่สังคมยอมรับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ชั่วคราว
4.ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนง วางตัวเป็นกลาง มีการนำเสนอข่าวอย่างเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา ไม่ควรเสนอข่าวในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อจนนำไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงมากขึ้น
5.ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน มีส่วนร่วมทางด้านการเมืองอย่างกระตือรือร้นทุกขั้นตอน ทั้งเรื่องการเลือกตั้ง การตรวจสอบอำนาจการบริหารของรัฐบาล ทั้งในระดับท้องถิ่น และ ระดับชาติ เพื่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยเต็มรูปแบบและยั่งยืนสืบไป
ข้อมูลจาก มติชน
