โฆษก สตช. แถลงเหตุบุกเคลียร์ทำเนียบฯ - รื้อเวทีมัฆวานฯ ย้ำเป็นไปตามคำสั่งศาล เพื่อให้เกิดสภาพบังคับใช้ ระบุอนุญาตให้ปชช.ที่อยากจะกลับออกได้ แต่ห้ามใครเข้าไปอีก เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 ส.ค.ที่ บช.น. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แถลงข่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าวันนี้ (29 ส.ค.) ว่า ผบ.ตร.มอบหมายให้มาแถลงให้ประชาชนทราบว่า วันนี้เจ้าพนักงานตำรวจได้รับการร้องขอจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยศาลให้มาดำเนินการนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับ ลงวันที่ 29 ส.ค.51 คดีระหว่าง สำนักงานเลขาธิการ เป็นโจทก์ กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลย เพื่อให้ทราบว่าเจ้าพนักงานกองบังคับคดี กองยึดทรัพย์ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ศาลแพ่งมีหมายบังคับคดีให้จำเลยทั้ง 6 คน ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงชัย นายสุริยะใส กระตักศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ออกจากทำเนียบรัฐบาลและบริเวณพื้นที่ทำเนียบฯ ทั้งหมด ให้จำเลยทั้ง 6 คนดำเนินการให้กลุ่มผู้ชุมนุมและให้รื้อถอนเวทีปราศรัยออกไปจากบริเวณดังกล่าว และให้จำเลยทั้ง 6ย ดำเนินการให้เปิดพื้นที่จราจรถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนิน เพื่อให้ประชาชน ครม. โจทก์ ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในทำเนียบฯ สามารถเข้าออกเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสะดวก จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ให้คำสั่งนี้มีผลได้ทันที แต่จำเลยทั้ง 6 ไม่ปฏิบัติตาม จึงประกาศให้จำเลยทั้ง 6 ปฏิบัติการตามคำสั่งศาลในทันที มิฉะนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไปรองโฆษก สตช. กล่าวว่า ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปติดประกาศ ที่บริเวณต่างๆย แยกพระรูปทรงม้า แยกมิกสกวัน แยกสะพานมัฆวาฯ และอรทัย และบริเวณทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ตำรวจต้องดูแลเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งต้องคุ้มครองที่ศาลแต่งตั้ง ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย ในบางจุดที่มีการต่อต้านหรือขัดขวางเราจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นแนวหน้าในการที่จะผลักดันกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นการช่วยเหลือตามคำร้องขอของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกำหมายได้
อีกส่วนหนึ่งเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลออกมา ในชั้นต้นเราได้พยายามที่จะประสานงานขอสับเปลี่ยนกำลัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในทำเนียบอยู่มาเกือบจะนาน 48 ช.ม. เกรงว่าจะเกิดความเครียดอาจจะตัดสินใจทำอะไรที่รุนแรง เกิดปัญหากับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ เมื่อฝ่ายกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ยินยอมให้สับเปลี่ยนกำลัง เราไม่ต้องการให้เกิดความเสียหาย เราจึงยอมถอยกำลังออกมา แต่เพราะทำเนียบฯ เป็นสถานที่ราชการสำคัญ เราจำเป็นต้องส่งกำลังตำรวจเข้าไปดูแล ในส่วนที่สามารถจะทำได้โดยที่ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม ซึ่งที่ผ่านๆ มาก็ไม่มีเหตุกระทบกระทั่ง มีเพียงปัญหาเล้กน้อยในเรื่องการจัดส่งกำลังบำรุงจะต้องขออนุญาตความเห็นชอบจากแกนนำก่อนย ๘ระนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวเราจึงมีความจำเป็นต้องใช้ช่องทางประตู 5 ต้องควบคุมเอาไว้ใช้สับเปลี่ยนกำลังพลและส่งกำลังบำรุงตำรวจภายในทำเนียบฯ
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง กล่าวต่อว่า ในการดำเนินการวันนี้อาจจะมีภาพข่าวสกัดกั้น แต่วัตถุประสงค์ของตำรวจเราวันนี้คือเป็นการใช้วิถีทางดำเนินการทางศาลที่ตำรวจเราใช้มาโดยตลอด เมื่อศาลมีคำสั่งมาแล้ว เราจำเป็นต้องทำให้คำสั่งศาลเป็นอำนาจตามกระบวนการตุลาการ มีผลในทางการบังคับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ได้มีความสบายใจว่าหลังจากศาลได้ออกคำสั่งคำบังคับต่างๆ แล้วคำสั่งศาลนั้นจะต้องมีผลบังคับในทางปฏิบัติระดับหนึ่ง ไม่ใช่ว่าพยายามที่จะใช้สถาบันตุลาการเข้ามาเป็นกลไกในการพิจารณาตัดสินความผิด-ความถูกในสังคม และเมื่อศาลได้มีคำสั่งคำบังคับมาแล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐยังไม่สามารถที่จะทำให้คำสั่งคำบังคับนั้นมีผลตามกฎหมายก็จะเป็นเรื่องที่เกิดความอลวนได้ ความเชื่อถือกระบวนการแก้ปัญหา ความเชื่อถือประชาชนจะลดน้อยลงไปเป็นความจำเป็นในการบังคับกฎหมาย บังคับใช้ระดับที่ประชาชนยอมรับได้
รอง โฆษก สตช. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.โกวิท ให้แจ้งประชาชนผ่านสื่อมวลชนทราบว่า ในการช่วยเหลือเจ้าพนักงานบังคับคดีครั้งนี้ จะดำเนินการนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้กรอบกฎหมาย ถ้าไม่มีการขัดขวางก็จะไม่ทำให้เกิดความเสียหาย มีการพลัดดันกันบ้าง ณ เวลานี้ไม่มีการควบคุมผู้ชุมนุมที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลเลย เพื่อแต่เป็นการพลัดดันให้ออกไปตามคำสั่งศาลเท่านั้น ส่วนที่จะดำเนินการขั้นตอนต่อไปอย่างไร จะพิจารณาอีกทีย เราจะไม่กำหนดระยะเวลาว่าวัน หรือวันไหน จะค่อยๆ พยายามที่จะแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่คนที่อยู่ในทำเนียบฯ ขณะนี้ว่าเป็นกากรระทำที่มิชอบ เพราะศาลมีคำสั่งคุ้มครองและให้ออกจากบริเวณไปแล้ว เราพยายามจะทะยอยเอาประชาชนที่มีความประสงค์ออกทำเนียบได้ออกมาเรื่อยๆ ใช้เวลาให้ประชาชนทบทวนและออกมาเรื่อยๆย ส่วนคนที่ยังขัดขืนและอยู่ภายในจะต้องพิจารณาสถานการณ์เป็นนชั่วโมงๆ ไป ไม่ต้องการให้เกิดการเสียเลือดเนื้อ เลือดตกยางออก หรือพัฒนาสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรง
สำหรับการควบคุมพื้นที่ภายในทำเนียบฯ เวลานี้ พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า บริเวณด้านหลังไม่มีการชุมนุมพักอาศัย และเป็นพื้นที่ตำรวจอยู่เดิม เราก็สามารถดำเนินกานำกลับมาให้มีการส่งกำลังบำรุงได้แล้ว จากนั้นได้ใช้ประกาศให้คนที่อยู่ภายในได้ทราบข้อเท็จจริง ใครประสงค์จะออกก็ออกได้ มีรถรับส่ง ส่วนคนที่จะเข้าไปอีกไม่ให้เข้า ก็จะต้องมีการควบคุมพื้นที่เอาไว้ ไม่ให้บุคคลเข้าไปเป็นไปตามคำสั่งศาล น่าจะควบคุมประตุเข้าออกไว้ได้หมดแล้ว การจะส่งข้าว-น้ำให้ภายในคงจะต้องพูดคุยกันอีกที แต่โดยหลักสิทธิมนุษยชนแล้วเราจะพิจารณาดู แม้แต่ตำรวจเราติดอยู่เขายังให้เราทานเลย หลังจากนี้เราก็เฝ้ารอสถานการณ์ให้โอกาสประชาชนที่อยู่ภายในได้มีโอกาสออกมา ญาติพี่น้องที่อยู่ภายนอกถ้าติดต่อได้ขอให้ให้ติดต่ออกมา เรายังให้อกมาอยู่ ใครอยู่ต่างจังหวัดเราก็ตระเตรียมรถสนับสนุนเรียบร้อยแล้ว
สำหรับสหภาพแรงงาน โดยเฉพาะรถไฟที่เริ่มมีการหยุดงาน จะรวมตัวมาเป็นจำนวนมากเพื่อเข้าไปร่วมผู้ชุมนุมภายในอีกนั้น พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า คงต้องแจ้งให้ทราบว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ศาลได้มีคำสั่งบังคับคุ้มครองเอาไว้ ก็จะต้องทำความเข้าใจ ส่วนปืนของสันติบาล ที่มีการระบุตามข่าวว่าสูญหายบางส่วนนั้น ทางผบช.ส.รายงานว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ สำหรับสิ่งผิดกฎหมายลักษณะเป็นอาวุธต่างๆ อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมถ่ายภาพนิ่งและเคลื่อนไหว จัดทำบัญชี เอามารวมในที่เดียวกัน ก่อนนำมาแถลงให้ทราบกันต่อไป
ข้อมูลจาก มติชน
