รอง ผบช.น. ระบุ ตำรวจไม่ทำร้ายประชาชน ไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุม แต่ใครขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ ขัดคำสั่งศาล ขณะที่กำลังตำรวจกว่า 3,000 นาย อาวุธครบมือประจำการรอบทำเนียบ เตรียมสลายม็อบ(25ส.ค.) พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้เข้าสลายการชุมนุมเพียงแต่นำกำลังเข้าคุ้มกันดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยเจ้าพนักงานบังคับคดี ทนายฝ่ายโจทก์ ขณะที่นำใบประกาศคำสั่งศาลไปให้พันธมิตรฯรับทราบทั้ง 5 จุดให้ผู้ชุมนุมออกนอกบริเวณทำเนียบรัฐบาลและรื้อเวทีการปราศรัยทันที พร้อมเข้าเคลียร์พื้นที่แยกลานพระบรมรูปทรงม้า บริเวณแยกสวนมิสกวัน โดยผู้ชุมนุมได้ยกแผงเหล็กมากั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป จนตำรวจต้องกันคนออกและยกแผงเหล็กออกรื้อสิ่งกีดขวางออกจนเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย
ขอยืนยันว่าตำรวจเข้ามาดูเหตุการณ์ ไม่ให้มีการปะทะขณะนำหมายศาลมาติดประกาศ ไม่ต้องการปะทะหรือสลายการชุมนุมตามที่มีข่าว ตำรวจเพียงเข้าไปดูแลพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้เท่านั้น ส่วนการนำกำลังตำรวจหน่วยอื่นเข้าไปในทำเนียบนั้นเป็นการผลัดเปลี่ยนกำลังทำหน้าที่เสริมไม่ได้เข้ามาเพื่อสลายการชุมนุมหรือใช้ความรุนแรง เราไม่สลายแน่นอน แต่หากใครขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายเพราะถือว่าละเมิดคำสั่งศาล รอง ผบช.น. กล่าวระหว่างควบคุมสั่งการการดูแลความสงบเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การติดประกาศคำสั่งศาลครั้งนี้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้นายตำรวจระดับรอง ผบช.น.จำนวน 5 นายควบคุมอำนวยการสั่งการการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจุดละ 150 นายดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่กองบังคับคดี ทนายฝ่ายโจทก์รวม 5 จุดบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ สะพานมัฆวานรังสรรค์ แยกสวนมิสกวัน แยกลานพระบรมรูปทรงม้า และเชิงสะพานอรทัย ซึ่งการติดประกาศครั้งนี้ได้ผ่านพ้นไปด้วยดีไม่มีการปะทะเกิดขึ้นแต่อย่างใด
ส่วนที่บริเวณแยกสวนมิสักวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 2 กองร้อย นำโดย พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น.และพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 ได้เข้าไปทำการรื้อเต้นท์ขายเสื้อ พร้อมยกจอมอร์นิเตอร์ขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ โดยแจ้งให้ รถเข็นที่ขายน้ำอยู่บริเวณดังกล่าวออกจากพื้นที่ ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ที่อยู่บริเวณดังกล่าว ต่างเดินเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล
จากนั้นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีได้ทำการปิดหมาย ตามบริเวณเสาเต้นท์ รอบสวนแยกมิสักวัน ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยกน้ำที่วางขวางทาง ออกไปไว้ข้างทาง พร้อมกับพยายามเข็นรถ 6 ล้อของกองทัพธรรม แต่ไม่สามารถเข็นได้ อย่างไรก็ตามขณะที่เข้าทำการปิดหมาย ตำรวจได้ใช้รถกระบะ เปิดเสียงเพลงปลุกใจเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา โดยมีพันธมิตรบางส่วนที่อยู่บริเวณดังกล่าว ต่างประนามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้น
ด้านความเคลื่อนไหวบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชรษฐ์ พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น. พร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง ได้พาเจ้าหน้าที่บังคับคดี เดินทางไปติดหมายศาลโดยเจ้าหน้าที่บังคับคดีได้ปิดไว้ที่บริเวณเสาไฟฟ้าระหว่างสะพานทั้ง 2 ฝั่ง
ทั้งนี้ พล.ต.ต.พงษ์สันต์ ได้เจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯที่รักษาการณ์อยู่บริเวณดังกล่าวว่า ตำรวจขอความร่วมมือ ให้เจ้าหน้าที่บังคับคดีนำหมายมาปิดประกาศ โดยตำรวจเพียงแค่มาคอยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่บังคับคดีเท่านั้น ขอความร่วมมือให้กลุ่มพันธมิตรฯอยู่ในความสงบ และเมื่อเจ้าหน้าที่บังคับคดีปิดหมายเรียบร้อยแล้ว ตำรวจก็จะเดินทางกลับในทันที ท่ามกลางเสียงผู้ชุมนุมตะโกนโห่ร้องด่าทอเป็นระยะๆ
ขณะเดียวกันที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบก.ตปพ. นำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่ง พร้อมเจ้าหน้าที่บังคับคดี ปิดหมายศาล แต่ปรากฏว่า มีเครื่องกีดขวางอยู่ ทงพล.ต.ต.จักรทิพย์ จึงสั่งให้ใช้เครื่องตัดเหล็กตัดเครื่องกีดขวาง
ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมกำลังไว้พร้อมแล้วสำหรับการปฏิบัติหน้าที่โดยประจำการ ณ ที่ตั้งภายในกองทัพภาค 1 สนามม้าลางเลิ้ง ประกอบด้วย กำลัง ตชด. ตำรวจปราบจลาจล ตำรวจภูธร ภาค 1 ,2 , 7 กว่า 2,000 นาย และทยอยออกมาเตรียมพร้อมประจำการ ตามจุดต่างๆ รอบทำเนียบรวม 3 ,000 นายเพียงแต่รอคำสั่งการจากผู้บังคับบัญระดับสูงเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ตำรวจพร้อมโล่และกระบอง จำนวน 3-4 กองร้อย ได้เข้าสลายผู้ชุมนุม และเข้ารื้อเต๊นท์ โดยใช้กระบองและโล่ ดันประชาชนที่แยกมิสกวันเพื่อรุกคืบไปยังทำเนียบฯ ขณะที่ ประชาชนประมาณ 200 คนยังคงนั่งตรึงอยู่ที่ถนนพิษณุโลกที่จะมุ่งหน้าไปทำเนียบฯ และมีกำลังตำรวจอีก 3 กองร้อยขนาบอยู่ที่หน้าทำเนียบฯ และที่แยกมิสกวัน โดยขณะนี้ผู้ชุมนุมมีลักษณะเหมือนกับแซนวิชที่ถูกตำรวจปิดล้อมรอบด้าน ขณะเดียวกันมีการเรียกหน่วยอาสาแพทย์กู้ชีวิต รพ.วิชระ เข้ามา 40 นาย และอาสาสมัครของรพ.ตำรวจอีก 50 นาย เพื่อมารอให้การช่วยเหลือกรณีเกิดการบาดเจ็บ
ผู้สื่อข่าวรายงาน ด้านเวทีใหญ่เชิงมัฆวานฯ เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมพื้นที่เวทีใหญ่และเริ่มผลักดันผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ รื้อเต๊นท์ และสิ่งของออกจาก ถ.ราชดำเนิน และมีการปะทะกันเบื้องต้น ส่วนกรณีแก๊สน้ำตาก่อนหน้านี้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าผู้ชุมนุมได้นำถังดับเพลิงฉีดเพื่อสกัดกั้นการจับกุม อย่างไรก็ตาม ตำรวจสามารถยึดประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาฯแล้ว และตรึงพื้นที่แยกมิกสวัน ลานพระบรมรูปฯ แยกวัดเบญจมบพิตร และพยายามควบคุมพื้นที่เวทีใหญ่ของพันธมิตรฯ ขณะที่ ถ.ราชดำเนิน ผู้ชุมนุมมีจำนวนน้อยเพราะถูกเรียกให้ไปรวมตัวกันภายในทำเนียบฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการประกาศคำสั่งศาลแล้ว สถานการณ์ที่ทำเนียบฯก็ยิ่งตรึงเครียดมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายกองร้อยได้เดินแถวมาปิดล้อมทำเนียบฯทุกประตู พร้อมด้วยอาวุธครบมือทั้ง โล่ แก๊สน้ำตา ไม้กระบอง โดยพันธมิตรฯต่างก็เกณฑ์ผู้ชุมนุมมายืนออหน้าบังเกอร์ และห้ามทุกคนถ่ายภาพ แม้แต่ผู้สื่อข่าวก็ห้ามเช่นกัน โดยอ้างว่าเกรงว่าจะมีการปะทะเพราะยั่วยุ นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรได้นำเสื้อยืดตัดออกเป็นชิ้นๆ ชุบน้ำแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุมสำหรับปิดกันแก๊สน้ำตา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
