ในที่สุด อภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็ประกาศอยู่ในตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม. จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม จากนั้นจะยื่นหนังสือลาออก ไม่รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจาก พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.กำหนดไว้ว่า หากปฏิบัติงานจนครบวาระจะต้องรักษาการต่อจนกว่าจะได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่เข้ามาทำงานขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ อภิรักษ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย จึงไม่สามารถรักษาการต่อไปได้ วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯ กทม.จึงต้องเข้ามารักษาราชการแทน
การลาออกของ อภิรักษ์ เพื่อไม่ให้ถูกครหาเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ที่อาจจะเกิดความได้เปรียบคู่แข่งในช่วงหาเสียง
หลังจาก อภิรักษ์ บริหารงานครบวาระ 4 ปีเต็ม (เลือกตั้งเมื่อ 29 สิงหาคม 2547) จึงต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่ขึ้นมาแทนภายใน 45 วัน ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545
ซึ่งกรุงเทพมหานครได้เปิดขายใบสมัครแล้วตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ตามแผนเลือกตั้ง กทม.เบื้องต้นได้กำหนดวันการเลือกตั้งเป็นวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2551 และวันเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ตั้งแต่วันที่ 1-5 กันยายน 2551 ที่ศาลาว่าการ กทม. ห้องรัตนโกสินทร์
การเลือกตั้งครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเข้าไปมีบทบาทดูแลการเลือกตั้ง ทั้ง กกต.กลาง และ กกต.กทม./กกต.ท้องถิ่น กทม. โดยมี สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นฝ่ายปฏิบัติงาน
ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัคร 5 หมื่นบาท ไม่ว่ากรณีใดจะไม่มีการคืนเงิน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ปี 2547 กำหนดไม่เกิน 37 ล้านบาท ตามจำนวนเขต ส.ส.ที่มี 37 คน แต่ปี 2551 ได้กำหนดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ไม่เกิน 39 ล้านบาท โดยผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
การเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้ง กทม.ทั้งหมดประมาณ 6,300 หน่วย และจะใช้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งชุดเดิมในการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. พร้อมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ กทม.มาร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อความชัดเจน
ส่วนการนับคะแนน นับรวมที่เขต ซึ่งมีทั้งหมด 50 เขต โดยหลังปิดหีบเจ้าหน้าที่จะนำหีบบัตรเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งมารวมที่เขต แล้วจึงจะนับคะแนนของแต่ละเขต แล้วจึงส่งผลคะแนนไปรวมที่ศาลาว่าการ กทม. ซึ่งจะมีการขึ้นกระดานประกาศผลคะแนน
กกต.เป็นผู้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
ส่วนการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง กกต.กลาง จะดำเนินการ โดยให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้จัดพิมพ์บัตร ซึ่งจะเริ่มพิมพ์ภายหลังปิดรับสมัครเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 6-17 กันยายน
สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในปีนี้ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ นอกจาก อภิรักษ์ แล้ว ก็มี ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เปิดตัวเป็นคนแรก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.
ส่วน พรรคพลังประชาชน ล่าสุดได้ทาบทาม ปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานด้านนโยบายพรรคพลังประชาชน
สำหรับ คุณปลื้ม ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หลังจากเห็นผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง วัดใจคน กทม.จะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ ที่สำรวจโดยสำนักวิจัยเอแบคโพลล์แล้ว ทำให้เริ่มถอดใจ เพราะตามหลังอภิรักษ์กว่าเท่าตัว
นอกจากนี้ ผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ที่ออกมาตรงกับที่ทีมงานของ คุณปลื้ม ได้สำรวจไว้
ดังนั้นถ้าในวันที่ 29 สิงหาคม ชาวบ้านเปิดโทรทัศน์และวิทยุมาแล้วยังมี คุณปลื้ม จัดรายการอยู่ ก็แสดงว่าไม่ลงแล้วจริงๆ
นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครที่คาดว่าจะลงสมัครแน่นอน เช่น ลีนา จังจรรยา, ศักดิ์ สุวรรณกูฎ เป็นต้น
ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป การเปิดรับสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. จะมีสีสันมากยิ่งขึ้น คงต้องลุ้นโฉมหน้าว่า ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ จะเป็นใคร
หมายจับกับบรรจง : รุมยำเกือบตายเพราะยิงหมาคนรวย
เรื่องการใช้อิทธิพลอย่างป่าเถื่อนยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยอยู่ตลอดครับ ล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองเล็ก แต่คนใหญ่ มีกรณีชาวบ้านถูกกลุ่มลูกสาวของเศรษฐินีเงินกู้รายใหญ่รายหนึ่งในจังหวัดรุมทำร้ายปางตาย โดยมีสาเหตุแค่ไม่พอใจที่สุนัขเลี้ยงไว้ถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก เพราะไปวิ่งไล่กัดชาวบ้าน !!!
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
