เวทีอาเซียนเวลานี้ทุกกระแส โฟกัส มาที่ปม เขาพระวิหาร ที่กำลังสร้างความตึงเครียดให้ทั้ง ฝ่ายไทย และ ฝ่ายกัมพูชา นำมาสู่การตรึงกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย บนเขาพระวิหาร ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างมีจุดยืนบนพื้นฐานปกป้อง อธิปไตยดินแดน แต่ละประเทศทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยและกัมพูชา (จีบีซี) สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 6 (วาระพิเศษ) ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นวาระพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน บนเขาพระวิหาร
บนเป้าหมาย คือ ลดความตรึงเครียด และ ไม่เผชิญหน้ากัน!?
เดิมการประชุมจีบีซี กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งจะถูกจัดขึ้นที่ อ.เสียมราฐ กัมพูชา แต่สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ทำให้ ผู้นำฝ่ายไทย ต่อสายถึง พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เพื่อขอให้มีการจัดประชุม วาระพิเศษ นี้ขึ้น
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยมุ่งหวังให้เกิด ความประนีประนอม และหวังผลทางการพูดคุย จึงจัดให้มีการประชุมนอกรอบ แบบตัวต่อตัว (Four Eyes) ระหว่าง พล.อ.เตีย บันห์ กับ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. เป็นการประชุมห้องเล็ก ก่อนเข้าสู่เวทีจีบีซีเต็มทั้งคณะ
แต่ละฝ่ายมีทีมงาน 4 คน ไทย คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสธ.ทหาร พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร และนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
กัมพูชา คือ พล.อ.เนียง พาด รมช.กลาโหม นายลอง วิสาโล รมช.ต่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายวาร์ กิม ฮอง รัฐมนตรีอาวุโส ที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาส่วนกิจการ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชา พล.อ.พอล ซาเรือน รอง ผบ.สส. และเสนาธิการทหารกองทัพแห่งชาติกัมพูชา
ทั้งนี้ การประชุม ตัวต่อตัว ถูกกำหนดไว้ 30-60 นาที เพื่อหารือถึงขอบเขตปัญหาที่คาใจ 2 ฝ่าย โดย พล.อ.บุญสร้างเปิดการพูดคุยว่า ผู้ใหญ่เราทั้งสองฝากความคิดถึง เคารพซึ่งกันและกัน และฝากให้เรามาคุยกันหาทางสร้างบรรยากาศที่ดี มิตรภาพ ความสงบสุขบนพื้นฐานความยุติธรรม ซึ่ง พล.อ.เตีย บันห์ ก็เห็นตรงกัน
จากนั้น พล.อ.บุญสร้างเอ่ยปากเรื่องตลาดชุมชนพื้นที่ทับซ้อน ซึ่ง พล.อ.เตีย บันห์ รับปากจะกลับดำเนินการให้ โดยเป็นการเสนอกรอบใหญ่ร่วมกัน คือ กำลังทหารทำอย่างไร ชุมชน วัด การเก็บกู้วัตถุระเบิด และการปักปันเขตแดนร่วมกันกว่า 798 กิโลเมตร ซึ่งช่วงต้นการพูดคุยราบรื่น
แต่การณ์เริ่มสะดุด เมื่อพูดถึงเรื่องพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร เมื่อ 2 นักกฎหมายของกัมพูชา คือ นายลอง วิสาโล และนายวาร์ กิม ฮอง ซึ่งมีความสนิทและสายตรงของสมเด็จฮุน เซน และจบกฎหมายจากฝรั่งเศส เสนอความเห็นว่า ข้อเสนอฝ่ายไทยเรื่องพื้นที่ทับซ้อนจะให้เป็นตามข้อเสนอไทยนั้น ไม่เหมาะสม และ เป็นไปไม่ได้ ทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด โดยการประชุมช่วงเช้าประนีประนอมทั้งสองฝ่าย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้เวลาล่วงเลยมาถึง 13.30 น. พล.อ.บุญสร้างเห็นว่าควรพักการหารือ
ช่วงบ่ายเริ่ม 14.00 น. ตัวแทน 2 ประเทศต่อรองกันสูงขึ้น แต่ข้อเสนอด้านการทหารเริ่มได้ข้อสรุปทั้งสองฝ่าย คือ ให้คงกำลังทหารไว้ แต่ 2 ห้าม คือ 1.ห้ามยิง 2.ห้ามเพิ่มกำลังทหาร
ประเด็นสุดท้ายที่ แตกหัก คือ พื้นที่ทับซ้อน 4.6 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มพูดคุยตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นการต่อสู้กันอย่างดุเดือดของ นักกฎหมาย 2 ฝ่าย ซึ่งต้องรอบคอบรัดกุม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเรื่องเขตแดนอธิปไตย
ซึ่งฝ่ายไทยเห็นว่าควรเป็นพื้นที่ โน แมน แลนด์ แต่จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ต้องกระทบสิทธิเรื่องเขตแดนทั้งสองประเทศ
แต่ทันทีที่ พล.อ.บุญสร้างพูดเรื่องนี้ 2 นักกฎหมายกัมพูชายืนยันว่า พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของกัมพูชา ตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลโลกเป็นสิทธิเด็ดขาด
ดังนั้น ไทยไม่มีสิทธิในพื้นที่ทับซ้อน ถือเป็นจุดยืนฝ่ายกัมพูชา!?!
ทำให้นายวีระชัย พลาศรัย อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ทีมกฎหมายฝ่ายไทย โต้แย้ง 2 นักกฎหมายกัมพูชาที่มีท่าทีแข็งกร้าวตลอดการหารือ และยืนยันว่าคำพิพากษาศาลโลกว่า ไม่ได้ระบุว่าพื้นที่ทับซ้อนเป็นของกัมพูชา และให้กลับไปอ่านคำพิพากษาศาลโลกให้ดี
ซึ่งนายวีระชัยสามารถยกข้อกฎหมายระหว่างประเทศมา หักล้าง 2 นักกฎหมายกัมพูชาได้ทุกกรณี นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายืนยันที่ยึดแผนที่ฉบับฝรั่งเศส ค.ศ.1904 แต่ไทยถือแผนที่ฉบับสากลของอเมริกาที่ยึดสันปันน้ำ
ส่งผลให้อุณหภูมิห้องประชุม เริ่มดุเดือด ซึ่ง พล.อ.เตีย บันห์ คอยหันมาห้ามปราบ 2 นักกฎหมายของตนเอง
ทั้งนี้ ประเด็นพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง เพราะทั้งสองลงฝ่ายใช้แผ่นที่คนละฉบับ เมื่อฝ่ายกัมพูชายืนกรานว่า เป็นของกัมพูชา และฝ่ายไทยก็ต้องรักษาสิทธิในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ทำให้ พล.อ.บุญสร้างตัดสินใจ ยุติการหารือ ในเวลา 18.30 น. และไม่ได้ข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อน
ทั้งนี้ ผลการหารือครั้งนี้ต้องทำรายละเอียดกลับไปให้รัฐบาลแต่ละประเทศพิจารณา โดยให้จัดทำเป็นร่างเอกสารทำงาน เพื่อไม่ให้มีผูกมัด ซึ่งประเด็นพื้นที่ทับซ้อนให้ลงไว้ในร่างเอกสารทำงานด้วยว่า ฝ่ายไทยรักษาสิทธิของไทยในพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวไม่ให้หลุดลอยไป
กว่า 8 ชั่วโมงที่ต่อรองกันทางการทูต การทหาร และกฎหมายระหว่างประเทศ ต้องถือว่า คณะฝ่ายไทย ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของชาติ
วันนี้กัมพูชาเดินเกมการทูตฟ้องสังคมโลก ถูกไทยรังแก ซึ่งศึกรอบบ้านกำลังประชิดชายแดน
ดังนั้น ถึงเวลาที่คนไทยต้องหันมา สามัคคี-ผนึกกำลัง-ระดมสมอง เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันและปกป้องสิทธิอธิปไตยบนพื้นที่ทับซ้อนแห่งนี้ ก่อนจะสายเกินแก้...
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
