แยกประชาชื่นล็อกล้อ
มีเสียงเตือนมาพักใหญ่จาก สมิทธ ธรรมสโรช ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ทำนายว่า ช่วงเดือนส.ค.นี้จะมีพายุขนาดใหญ่พัดเข้าถล่มประเทศไทยทางด้านอ่าวไทย และเกิดปรากฏการณ์สตอร์ม เสิร์ช (Storm Surge) หรือน้ำทะเลยกตัวสูง ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมกทม.และปริมณฑล
สำหรับสตอร์ม เสิร์ช จะมีลักษณะลมแรงจากพายุ คลื่นสูง ระดับผิวหน้าน้ำทะเลที่ยกตัวสูงขึ้นจากปกติ หรือสูงกว่าเดิมประมาณ 10-15 เมตร เมื่อโดนพายุขนาดใหญ่ซัดเข้าสู่ฝั่งก็ทำให้น้ำท่วมฝั่งได้
สัปดาห์ก่อนพล.ร.ท.คงวัฒน์ นีละศรี เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ พูดถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสตอร์ม เสิร์ช ว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ 100%
เพราะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่อาจจะมีสภาวะเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเป็นปัจจัยประกอบ ทั้งปรากฏการณ์ลานิญ่า ไปจนถึงภาวะโลกร้อน
บทสรุปจากกรมอุทกศาสตร์ก็คือ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่สำหรับพายุขนาดใหญ่นั้นจะต้องก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำ กว่าที่จะก่อตัวเป็นดีเปรสชัน หรือพายุโซนร้อน จะต้องใช้เวลาก่อตัวประมาณ 6 วัน จึงสามารถพยากรณ์แจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีแน่นอน
ระยะเวลา 6 วันนั้นก็น่าจะเพียงพอต่อการแจ้งเตือน และอพยพหนีเพื่อความปลอดภัยแน่นอน แต่คงไม่เพียงพอที่จะเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินต่างๆ แน่
เพราะฉะนั้นไม่ว่าคำพยากรณ์ถึงภาวะน้ำท่วมที่ว่านี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ทางกทม.ที่ต้องรับผิดชอบดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ยังต้องเตรียมการรองรับเอาไว้ล่วงหน้าอยู่ดี เพื่อความไม่ประมาท
สำหรับช่วงเดือนส.ค.-พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ ต้องเจอภาวะ 3 น้ำมาประดังกันทุกปี ทั้งน้ำเหนือหลาก น้ำทะเลหนุน และน้ำฝนถล่มลงมาซ้ำ ที่กทม.เตรียมรับสถานการณ์นี้อยู่ทุกปี ถ้าปีไหนไม่หนักหนาสาหัสเกินไป กทม.ก็พอจะเอาตัวรอดไปได้
แต่สำหรับปีนี้ที่ถูกพยากรณ์ว่าจะหนักเป็นพิเศษ ที่ชาวบ้านอยากรู้คือกทม.ได้เตรียมการรองรับมากกว่าปีก่อนอย่างไรบ้าง
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
