นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาวุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือร่วมกับ กมธ.การศึกษาวุฒิสภาและคณะที่ปรึกษาเรื่อง คุณภาพการศึกษาและโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย เมื่อเร็วๆ นี้พบว่าปัญหาที่ทำให้คุณภาพการศึกษาของเด็กไทยมีปัญหาเกิดจากตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาให้ความสำคัญผิดจุด คือ 1.มุ่งปรับเปลี่ยนเพียงเรื่องโครงสร้างหรือระบบการบริหารการศึกษา 2.ไม่ได้มุ่งพัฒนาระบบการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนอย่างแท้จริง3.ระบบการเรียนการสอนยังเน้นการสอนวิชาการในห้องเรียนแล้ววัดผลที่การสอบปรนัยเป็นหลัก และกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักมองปัญหา รู้จักคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง หรือได้พัฒนาจิตใจของเด็กกลับไม่ได้มีการจัดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ส่งผลให้เด็กเบื่อการเรียนแบบเดิม ไม่มีสมาธิที่จะศึกษาเรียนรู้
ประธาน กมธ.การศึกษา วุฒิสภา กล่าวต่อว่า 4.ครูจำนวนมากไม่อยู่ในฐานะที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะสร้างการเรียนรู้และคุณภาพของเด็กไทย เพราะครูไปให้ความสำคัญกับเรื่องการเลื่อนวิทยฐานะของตัวเองและครูก็มีปัญหาอื่นอีกมาก และ 5.ปัจจัยทางสังคม เช่น โทรทัศน์, โทรศัพท์มือถือ, อินเตอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีเกือบทุกชนิด ดึงเด็กไทยให้จมไปกับการเสพสิ่งที่ไม่ประเทืองปัญญาหรือพัฒนาจิตใจ ทั้งนี้ นอกจากครู กิจกรรม รูปแบบการเรียนการสอนที่ต้องมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวทุกคนก็ต้องช่วยรับมือกับปัญหานี้ด้วย ไม่ใช่มองว่าเป็นหน้าที่ของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว รวมทั้งควรมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่ดี ที่ถูกต้อง และทำกิจกรรมปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะให้แก่เด็ก อย่างไรก็ตาม ปลายเดือนกันยายนนี้ ทาง กมธ.การศึกษา วุฒิสภา จึงจัดให้มีการระดมความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องครั้งใหญ่เพื่อนำข้อสรุปมอบให้รัฐบาลนำไปดำเนินการให้เกิดผลในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาต่อไป
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
