คนไทย5-30บาท/ต่างชาติสูงสุด200 นักเรียน-คนพิการชมฟรีเริ่ม1 ต.ค.นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ 2551 ขึ้นมาใหม่และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป โดยในร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการเข้าชมโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 32 จังหวัดในอัตราใหม่ โดยมีอัตราค่าเข้าชมบัตรปลีกสำหรับบุคคลสัญชาติไทยมี 3 ราคา คือ 5, 20, 30 บาท ส่วนบุคคลสัญชาติอื่นอัตราค่าเข้าชมบัตรปลีก มี 3 ราคา คือ 5, 50, 100, 150, 200 บาท ทั้งนี้ ราคาแต่ละสถานที่อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่เข้าชมด้วย เช่น ในกรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ราคาบัตรปลีก 30 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติไทย และราคา 200 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติอื่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี ราคาบัตรปลีก 20 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติไทย และราคา 200 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติอื่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป ราคาบัตรปลีก 30 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติไทย และราคา 200 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติอื่น แต่หากผู้เข้าชมต้องการชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 3 แห่งในวันเดียวกัน สามารถซื้อบัตรรวมในราคา 60 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติไทย และราคา 350 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติอื่นซึ่งราคาจะถูกกว่าการซื้อบัตรปลีก
การปรับอัตราค่าเข้าชมใหม่ไม่ได้ปรับมานานแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 และการปรับคราวนี้ก็มีราคาเพิ่มขึ้นไม่มากโดยปรับให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เช่น อัตราค่าเข้าชมบัตรปลีกของคนไทยเดิมจะเสีย 20 บาท ส่วนอัตราใหม่ 30 บาท ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรและที่สำคัญจะเป็นโยชน์อย่างมากในการที่จะนำรายได้จากค่าเข้าชมมาใช้ในการบูรณะดูแลโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเหล่านี้ให้คงอยู่และไม่ชำรุดเสียหาย นอกจากนี้ ในร่างกฎกระทรวงได้ยกเว้นค่าเข้าชมและค่าบริการให้แก่คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ภิกษุ สามเณรในพระพุทธศาสนา หรือนักพรตและนักบวชในศาสนาอื่น นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบรวมทั้งครู อาจารย์ผู้ควบคุมในกรณีที่สถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษาขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ ทั้งนี้ นอกจากการปรับอัตราค่าเข้าชมแล้วในกรณีผู้ที่ประสงค์จะใช้บริการหูฟังบรรยายภาษาต่างประเทศต้องเสียค่าบริการคนละ 50 บาทด้วย อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว
นายเกรียงไกรกล่าวต่อว่า กรมศิลปากรยังได้ปรับปรุงบัตรเข้าชมใหม่ให้มีความทันสมัยและสามารถเก็บเป็นของสะสมหรือของที่ระลึกได้ โดยจัดพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมันสี่สี บัตรเป็นรูปสี่เหลี่ยนผืนผ้ามีพื้นหลังเป็นภาพของโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแต่ละแห่ง
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
