นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ประธานคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการแยกการบริหารจัดการการมัธยมศึกษาและประถมศึกษา กล่าวว่า จากการประชุมคณะทำงานเมื่อเร็วๆ นี้ เห็นตรงกันว่าอาจจะต้องมีการทบทวนความเชื่อของการปฏิรูปการศึกษาที่รวมการมัธยมศึกษาและการประถมศึกษามาเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้การจัดการศึกษามีความต่อเนื่องตลอด 12 ปี และเป็นการศึกษาของคนไทยทุกคน แต่หากทบทวนแล้วไม่สามารถปฏิบัติได้อาจต้องปรับเปลี่ยนความเชื่อดังกล่าว โดยต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานไปศึกษาว่าหากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนความเชื่อจะต้องแก้กฎหมายอะไรบ้างประธานคณะทำงานกล่าวว่า ยังได้พิจารณาประเด็นการหลอมรวมประถมศึกษาและมัธยมศึกษาและห็นตรงกันว่าการบริหารงานโดย สพฐ.และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ดังนั้น การตั้งเป็นสำนักการประถมศึกษาและสำนักการมัธยมศึกษาภายใต้ สพฐ.และ สพท.จึงมีเหตุผลที่รับได้ ที่ประชุมจึงมอบให้ สพฐ.ไปพิจารณาว่าจะเร่งดำเนินงานเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่การบริหารจัดการก็ต้องการความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันในแต่ละสำนัก ทั้งนี้ คาดว่าประชุมคณะทำงานอีก 2-3 ครั้งก็จะน่าได้ข้อสรุปทั้งหมดเพื่อเสนอต่อสภาการศึกษาปลายเดือนสิงหาคม
ด้านนายยงยุทธ์ ทิพรส นายกสมาพันธ์ครูมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้ครูมัธยมศึกษาเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคณะทำงานเพื่อใช้ในการพิจารณาและตนอยากชี้แจงว่าการเสนอสำนักงานเขตพื้นที่การมัธยมศึกษาจังหวัด 76 จังหวัด ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกแยกอะไรตามที่บางฝ่ายเป็นห่วง
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
