นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการออกมาเผยผลการศึกษา สภาพปัญหาการดำเนินการภายหลังการถ่ายโอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสู่องค์กรปกครองสู่ท้องถิ่น (อปท.) ปี49 บัญชี 1 จำนวน 71 โรง โดยพบว่ามีอยู่ 59 โรง ที่ยังประสบปัญหา เช่น ขาดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน กิจกรรมด้านการศึกษาไม่เข้มแข็ง ขาดครูเฉพาะทาง สื่อการเรียนการสอนมีน้อย นักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์นั้นว่า โรงเรียนในบัญชีที่ 1 กทม.ได้รับถ่ายโอนมา 1 แห่ง จากทั้งหมดประมาณ 38 โรง คือ ร.ร.วัดใหม่ช่องลมนายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่กทม.เพิ่งได้รับโอนถ่ายทรัพย์สินจากกระทรวงการคลังในช่วงปี 2550 กทม.ได้ดำเนินการปรับปรุงรูปแบบใหม่ทั้งในส่วนของอาคาร และรูปแบบการเรียนการสอนใหม่ทั้งหมด โดยตั้งใจจะให้โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนตัวอย่างของโรงเรียนที่ถูกถ่ายโอนมา โดยจะแสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นโรงเรียนที่ถูกถ่ายโอนมาอยู่กับอปท. แต่ก็มีมาตรฐาน ทั้งในส่วนของกายภาพโรงเรียน รวมทั้งการเรียนการสอนที่ได้คุณภาพ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอีก 38 โรงที่เหลือ ให้อยากถ่ายโอนมาอยู่กับกทม.ต่อไป
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า สำหรับการดำเนินการปรับรูปแบบโรงเรียนดังกล่าว ประกอบด้วยการตั้งงบประมาณปี52 จำนวนกว่า 50 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนใหม่เพิ่มเติม ปรับปรุงอาคารเรียนเดิมที่มีอยู่ ขยายห้องเรียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีเด็กนักเรียนเข้าเรียนต่อในโรงเรียนดังกล่าวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มอัตราครูเพื่อรองรับเด็กที่เพิ่มขึ้นด้วย รวมทั้งเพิ่มอุปกรณ์การเรียน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้กับเด็ก
ที่สำคัญโรงเรียนในสังกัดกทม.ผ่านการประเมินคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือสมศ.อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกทม.มีนโยบายเรียนดี เรียนฟรีด้วย จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง และส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.มากขึ้น ทั้งนี้ ในอนาคตกทม.มั่นใจว่าโรงเรียนอีก 38 แห่ง จะต้องถ่ายโอนมาอยู่ในการดูแลของกทม.อย่างแน่นอน นายพุทธิพงษ์ กล่าว
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
