แยกประชาชื่นล็อกล้อ
วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา น่าเสียดายที่มีเมฆฝนตั้งเค้ามาทาง ฝั่งตะวันตกในช่วงเย็น ทำให้หลายคนที่ตั้งใจจะรอดูสุริยุปราคาพลาดโอกาสไป เพราะฟ้าปิดมองไม่เห็นดวงอาทิตย์
ส่วนคนที่รอขึ้นรถไฟ และรถเมล์ฟรี ที่เริ่มให้บริการกันมาในวันที่ 1 ส.ค. คงสุขสมหวังกันไปบ้างแล้ว
สำหรับบรรยากาศการใช้รถเมล์ฟรีตามนโยบาย 6 เดือน 6 มาตรการของรัฐบาล สรุปได้ว่า มีจำนวนผู้โดยสารไปใช้บริการกันไม่หนาแน่นมากนัก ผู้คนที่เพิ่งลงมาจากรถเมล์ฟรี ส่วนใหญ่ก็พูดเหมือนๆ กันว่า เป็นโครงการที่ดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายแต่ละวันได้มาก แต่ในชั่วโมงเร่งด่วน เช้าและเย็น ความเร่งรีบในการเดินทาง ทำให้ไม่สามารถรอรถที่ให้บริการฟรีได้
ด้านเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมาก็มีหลากหลาย แต่ที่น่าสนใจคือมุมองคนที่เห็นว่ามาตรการรถเมล์ฟรีไม่ได้ผล หรือไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคนจนได้อย่างทั่วถึง เพราะรถเมล์ร้อนของขสมก.มีอยู่เพียง 1,600 คัน เอามาวิ่งบริการฟรีแบบคันเว้นคัน ก็จะมีแค่ 800 คันเท่านั้น
ขณะที่รถเมล์ทั้งของขสมก. และรถร่วมบริการ ที่วิ่งให้บริการทั่วทั้งกรุงเทพฯต่อวันมีอยู่ประมาณ 7,200 คัน เพราะฉะนั้นรถฟรีแค่ 800 คัน ยังไงก็ไม่ทั่วถึง และเพียงพอแน่นอน
ส่วนข้อเสนอแนะจากฝ่ายที่ไม่เห็นว่าไม่ได้ผลนั้น คิดว่าถ้าจะลดราคาลงครึ่งหนึ่งทุกสายก็น่าจะทำให้ทั่วถึง
แนวคิดนี้ก็สอดคล้องกับบรรดารถรถร่วมขสมก. ที่เสนอตัวเข้าร่วมโครงการไม่ว่าจะเป็นให้วิ่งฟรีคันเว้นคัน หรือลดค่าบริการลงครึ่งหนึ่ง โดยขอให้รัฐบาลชดเชยให้
ทางด้านกระทรวงคมนาคมก็ขอประเมินผลการให้บริการในรอบ 7 วันก่อน และปริมาณรถที่เดินในแต่ละเส้นทาง เพื่อจัดรถให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารต่อไป
ไม่ว่ากระทรวงคมนาคมจะปรับปรุงการให้บริการอย่างไร เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็คงต้องมีอยู่เหมือนเดิม เพราะของฟรีไม่ว่าจะเป็น การช่วยเหลือระยะสั้น หรือให้เปล่าระยะยาว
ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริการเดิมแน่นอน
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
