สั่งสพฐ.ตรวจสอบผลวิจัยจุฬาฯ จี้เลิกใช้GPAXในแอดมิสชั่นส์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายศิริชัย กาญจนาวสี ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบและประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและวิชาชีพ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยผลวิจัยการนำคะแนนสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาปรับเทียบกับผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย (GPAX) ของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2549 ทั้งหมด 2,583 โรงเรียน พบมีโรงเรียนปล่อยเกรด 1,224 แห่ง โรงเรียนกดเกรด 1,238 แห่ง และโรงเรียนที่ให้เกรดเป็นปกติ 121 แห่ง โดยจะนำเสนอ สพฐ.เพื่อแก้ปัญหาต่อไปว่า ทาง สพฐ.คงต้องไปพิจารณาว่าผลวิจัยดังกล่าวออกมาถูกต้องตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ถ้าไม่ตรง สพฐ.ก็ต้องให้เหตุผลว่าแตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้าพบว่าเป็นจริงตามนั้น สพฐ.ก็ต้องไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ผลวิจัยที่ออกมาน่าตกใจมาก เพราะเท่ากับว่ามีโรงเรียนแค่ 5% เท่านั้นที่ให้เกรดปกติ ส่วนที่เหลือ 47% ปล่อยเกรด และอีก 48% กดเกรดนักเรียน ซึ่งบ่งชี้ว่ามีโรงเรียนถึง 95% ที่ให้เกรดนักเรียนแบบไม่สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง เพราะโรงเรียนที่กดเกรดเด็กจะเครียด กวดวิชาเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่โรงเรียนด้อยคุณภาพ เด็กเรียนหนังสืออย่างสบาย แต่กลับได้เกรดสูง การให้เกรดที่ไม่สะท้อนคุณภาพที่แท้จริงเช่นนี้ถือเป็นอันตรายต่อระบบการศึกษาอย่างมาก และสร้างความไม่ยุติธรรมแก่เด็ก งานวิจัยนี้สะท้อนว่า GPAX ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นเครื่องมือตัดสินอนาคตของเด็ก เช่นนำไปใช้เป็นองค์ประกอบการพิจารณาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ผิดพลาดอย่างมาก
จะต้องยกเลิกการใช้องค์ประกอบ GPAX ในระบบแอดมิสชั่นส์ เพราะเครื่องมือวัดผลของโรงเรียนต่างๆ ยังไม่ได้มาตรฐานและเชื่อถือไม่ได้ เช่น เด็กที่ถูกกดเกรดก็จะไม่รู้ความสามารถของตัวเองที่แท้จริง ดังนั้น ศธ.จึงควรต้องดำเนินการอะไรสักอย่างกับโรงเรียนที่ปล่อยเกรดและกดเกรดทั้ง 2,000 กว่าโรงเรียนด้วย ทั้งรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาฯจะต้องกล้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลง อย่าไปกลัวกระแส คนที่เคยออกมาพูดว่าโรงเรียนไม่ได้ปล่อยเกรดก็ควรจะต้องออกมารับผิดชอบด้วย นายสมพงษ์กล่าว และว่า งานวิจัยชิ้นนี้แม้จะใช้ฐานข้อมูลคะแนนของปีการศึกษา 2549 แต่ตนคิดว่าข้อมูลคะแนนในปีการศึกษา 2550 ก็น่าจะไม่แตกต่างไปนัก เพราะ ศธ.ยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่มีโรงเรียนปล่อยเกรด ฉะนั้น โรงเรียนก็จะยังคงเชื่อมั่นว่าที่ตนเองทำมาถูกต้อง ดังนั้น แนวโน้มการให้เกรดในปีการศึกษา 2550 ก็คงไม่แตกต่างกัน ศธ.จึงควรหามาตรการป้องปราม ตรวจสอบ และคาดโทษโรงเรียนที่ปล่อยเกรดเหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว
นายสมพงษ์กล่าวด้วยว่า ที่ว่าการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบการพิจารณาในระบบแอดมิสชั่นส์จะต้องมีการประกาศให้นักเรียนทราบล่วงหน้า 3 ปี ไม่สามารถยกเลิกได้ทันทีนั้น ในช่วง 3 ปีที่ยังใช้ GPAX ในระบบแอดมิสชั่นส์อยู่ก็ควรต้องเอาคะแนนโอเน็ตไปถ่วงน้ำหนัก GPAX แต่หลังจาก 3 ปีถ้ายังทำให้ GPAX มีมาตรฐานและเชื่อถือไม่ได้ ก็สมควรต้องยกเลิกการใช้องค์ประกอบ GPAX ในระบบแอดมิสชั่นส์ อย่างไรก็ตาม การถ่วง GPAX ด้วยคะแนนสอบโอเน็ตของนักเรียนเอง เป็นเพียงมาตรการหนึ่งที่ทำให้ GPAX ได้มาตรฐานและยุติธรรมขึ้นเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาคุณภาพของโรงเรียนที่ตรงจุด เพราะเมื่อโรงเรียนยังไม่มีการให้เกรดที่สะท้อนคุณภาพที่แท้จริง ปัญหาคุณภาพการศึกษาก็จะยังไม่ได้รับการแก้ไขอยู่ดี
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
