การศึกษา สำหรับบางคนอาจไม่ให้ความสำคัญมากนัก เพราะคิดเพียงแค่ว่าเป็นหน้าที่ที่ผู้ใหญ่ให้เรียน แต่จะรู้บ้างหรือไม่ว่า การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะพวกเขามีความต้องการจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม แต่มีอุปสรรคเรื่องการเดินทางภาพสะท้อนถึงความต้องการใฝ่หาความรู้ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สัมผัสได้จากบรรยากาศในวันพิธีรับปริญญาของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชน (วชช.) นราธิวาส เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีจำนวนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไม่ถึง 1,000 คน แต่กลับมีครอบครัวเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของบุตรหลาน ญาติ พี่น้องเป็นจำนวนมากกว่า 3,000 คน และทุกคนล้วนมีแต่รอยยิ้ม ในขณะที่บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ
ชาวบ้านหลายคนพูดตรงกันว่า ดีใจที่วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสเข้ามาจัดการศึกษาถึงท้องถิ่น เพราะพวกเขาไม่มีทุนมากพอที่จะส่งลูกหลานเดินทางไปเรียนในพื้นที่อื่นได้ อีกทั้งการเดินทางก็มีอันตราย จึงรู้สึกยินดีที่ลูกหลานได้มีโอกาสศึกษาต่อจนถึงระดับอนุปริญญากันแล้ว
นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส เล่าว่า วชช.นราธิวาสเปิดการเรียนการสอนมา 7 ปีแล้ว มีศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันในพื้นที่มากกว่า 2,000 คน โดยมีนักศึกษาที่เรียนจบระดับอนุปริญญาไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี จำนวน 700 คน ดังนั้น จึงถือว่าการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนเป็นการสร้างและพัฒนาคนในท้องถิ่น ไม่ใช่ผลักดันคนออกนอกพื้นที่ เพราะวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสได้มุ่งมั่นให้ความรู้เพื่อให้คนมีงานทำในพื้นที่
นายพินิจ สงนาวา นายกเทศมนตรีตำบลสุคิริน ซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส กล่าวว่า การศึกษาจบจากวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งในชีวิต และการที่ผมเข้ามาเรียนต่อในวิทยาลัยชุมชน เพราะมุ่งหวังที่จะเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆ ในชุมชนได้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษา เพราะวุฒิการศึกษาและวิชาที่เรียนสามารถนำมาปรับใช้ในหน้าที่การงานได้ การเรียนในวิทยาลัยชุมชนไม่ได้มีปัญหาเรื่องความแตกต่างทางวัยวุฒิและคุณวุฒิ เพราะทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนและพัฒนาตนเอง คิดเพียงแต่ว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาชุมชนได้อย่างไรบ้าง
หลักสูตรที่เปิดสอนในวิทยาลัยชุมชนผมเห็นว่า เข้าถึงกลุ่มผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ตรงกับความต้องการของชุมชน ทำให้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จึงไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน ในทางตรงกันข้ามถ้าไม่มีการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน ก็น่าจะส่งผลลบมากกว่า เพราะการที่คนหลากหลายอาชีพได้มาเรียนร่วมกัน เมื่อมีปัญหาอะไรก็จะช่วยกันแก้ไข
นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนจากนางฟาตีเม๊าะ อัมภรัตน์ วัย 41 ปี ซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน วิทยาลัยชุมชนปัตตานี ที่เล่าว่า จริงๆ แล้วตอนแรกไม่รู้จักวิทยาลัยชุมชนปัตตานีเลย ต่อเมื่อมาได้ทราบข่าวการรับสมัครนักศึกษาทางสถานีวิทยุ จึงได้มาสมัครเรียนในสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน และเมื่อมาเรียนแล้ว รู้สึกว่าได้รับโอกาสที่ดีทางการศึกษา ได้ความรู้ ได้แนวคิดและแนวทางปฏิบัติที่มีการพัฒนาขึ้น และสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับชุมชนได้อย่างดี เพราะได้รู้จักการวางแผนการทำงานอย่างมีระบบ รู้กระบวนการขั้นตอนการทำงานในชุมชน
ปัจจุบันนี้ดิฉันกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการชุมชน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมาเปิดสอนที่วิทยาลัยประมงปัตตานี ซึ่งถ้าไม่มีวิทยาลัยชุมชนปัตตานี ก็คงไม่มีวันนี้
ขณะที่นายอดุลย์ ลาเต๊ะ อายุ 58 ปี สำเร็จการศึกษาหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยชุมชนยะลา กล่าวถึงเหตุผลที่มาเรียน วชช.ยะลาว่า ถึงแม้ตนเองจะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้กังวลใจเรื่องการเรียนเพิ่มเติม และได้เลือกเรียนในสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น เพราะมีความรู้สึกว่าก่อนหน้านี้ในการทำงานของตนจะไม่ได้วางแผน จนผลงานที่ออกมาไม่มีประสิทธิภาพ แต่พอได้มาเรียนในวิทยาลัยชุมชนยะลาทำให้การทำงานดีขึ้น มีระเบียบแบบแผนและผลงานดีขึ้น รวมทั้งยังทำให้ตนเองสามารถพัฒนาการพูดภาษาไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้น ในอนาคตจะเรียนต่อระดับปริญญาตรีอย่างแน่นอน
นางสมร ศรีเทพ ซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรอนุปริญญา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย จากวิทยาลัยชุมชนยะลา เช่นกัน กล่าวว่า การเรียนการสอนของวิทยาลัยชุมชนนอกจากมุ่งจัดการศึกษาที่ตรงกับความต้องการของชุมชนแล้ว การเรียนที่นี่ยังทำให้ได้รู้จักเพื่อนต่างวัยมากขึ้น สังคมเปิดกว้างขึ้น และวิชาที่เรียนก็สามารถนำมาปรับใช้ได้กับงานที่ทำอยู่ โดยจากเดิมดิฉันเป็นเพียงลูกจ้างรายวันในหน่วยราชการแห่งหนึ่งของจังหวัด แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาจาก วชช.ยะลาแล้วก็ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการในทันที
เหล่านี้คือผลิตผลจากบทบาทและหน้าที่ของความเป็นวิทยาลัยชุมชน ที่มุ่งอุดช่องโหว่บริการทางการศึกษาในท้องถิ่น ให้กับคนทุกกลุ่ม ทุกฐานะ ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ !!
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
