แยกประชาชื่นล็อกล้อ
จากเหตุการณ์อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ในซ.รามคำแหง 58/4 เขตบางกะปิ ทรุดตัว
ผลการตรวจสอบจากสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า อาคารดังกล่าวก่อสร้างได้ถูกต้องตามกฎหมาย
แต่มีปัญหาที่ฐานราก เนื่องจากเสาเข็มสั้น ปลายเสาเข็มไม่ได้อยู่ในชั้นทราย ทั้งที่ควรอยู่ในระดับความลึกของผิวดิน 18-20 เมตร แต่ปลายเสาเข็มกลับอยู่ในชั้นของดินเหนียวซึ่งมีระดับความลึกน้อยกว่า
พอระยะเวลาผ่านไปนานหลายสิบปีก็ทำให้อาคารเอียงไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดลักษณะเอียงตามกันไปทั้งอาคารแบบโดมิโน
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าพื้นดินในกรุงเทพฯเกิดจากการทับถมกันของโคลน ลักษณะของพื้นดินเป็นดินอ่อนทรุดตัวง่าย
โดยเฉพาะพื้นดินของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก อาทิ ประเวศ ลาดกระบัง จะมีปัญหาเรื่องดินอ่อนมาก
แต่ในสภาพปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้กลับเป็นที่ตั้งของอาคารหมู่บ้าน และทาวน์เฮาส์เป็นจำนวนมาก
นอกจากนั้น ที่ตั้งหมู่บ้านจัดสรรบางแห่งยังเคยเป็นบ่อดินที่เจ้าของขุดดินไปขายมาก่อน แม้ว่าก่อนสร้างอาคารจะมีการถมที่แล้ว แต่ก็อาจจะเกิดปัญหาได้ หากเจ้าของโครงการหรือผู้ประกอบการเร่งสร้างอาคารหลังถมที่ดินเสร็จ โดยไม่รอให้ดินทรุดตัวจนเข้าที่ก่อน
แม้ว่าการก่อสร้างอาคารจะถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะช่วยให้อาคารเหล่านั้นมั่นคงแข็งแรง
ดังนั้น อาคารบ้านเรือนในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ จึงมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวในอนาคตได้อีกหลายแห่งในอนาคต
หลังการซื้อบ้านซื้ออาคารที่ได้รับการรับรองว่าก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าเกิดการทรุดตัวขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของใคร
แต่สำหรับเจ้าของอาคารบ้านเรือนที่อาจเกิดการทรุดตัว คงหนีไม่พ้นที่จะต้องมีภาระซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารใหม่แน่ เพราะฉะนั้นจึงควรตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารให้ดีก่อนที่จะเกิดทรุดตัว โดยเฉพาะคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อก็คงต้องพิจารณาเรื่องโครงสร้างอาคารให้ดีก่อนตัดสินใจ
ส่วนกทม.ที่รู้ดีว่าดินย่านนั้นอ่อนก็น่าจะวางมาตรการป้องกันเพิ่มเติมไว้บ้าง
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
