รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คนไทยนิยมบริโภคอาหารที่ปรุงด้วยการทอดมากขึ้น จึงมีการบริโภคน้ำมันพืชกว่า 800,000 ตันต่อปี น้ำมันที่ใช้ทอดแล้วจะเกิดสารกลุ่มโพลาร์ และกลุ่มโพลีไซคลิก อโรมาติด ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคมะเร็ง แต่จากการที่ประเทศไทยมีโครงการพลังงานทางเลือกที่นำน้ำมันทอดซ้ำไปผลิตไบโอดีเซล ทำให้สถานการณ์ปัญหาจากน้ำมันทอดซ้ำมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ คาดว่าจะมีน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมคุณภาพไม่ต่ำกว่า 100 ล้านลิตรต่อปีแต่ควรมีการรณรงค์ให้ผู้บริโภครู้จักเลือก และปฏิเสธการรับประทานอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายจากรูปรส กลิ่น ของอาหาร เมื่อผู้บริโภคตื่นตัวก็จะทำให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลคุณภาพอาหารให้มีคุณภาพดีเสมอด้วยการใช้น้ำมันใหม่ในการทอด และปรุงอาหาร รศ.ดร.แก้วกล่าว
ด้านนายวิทยา กุลสมบูรณ์ แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า จากการตรวจวิเคราะห์สารโพลาร์ ในตัวอย่างน้ำมันทอดอาหารในเขตกทม. จำนวน 315 รายการ โดยหน่วยเคลื่อนที่กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระหว่างเดือนต.ค. 2550-พ.ค. 2551 พบว่า มีตัวอย๏ฟฝางน้ำมันทอดอาหารตกมาตรฐาน 47 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 14.92 นอกจากนั้นจากการเก็บตัวอย่างอาหารทอด 15 รายการ พบอาหารที่ตกมาตรฐาน 5 ลำดับแรก คือ ลูกชิ้น ตกมาตรฐานร้อยละ 26.66 ไก่ทอดร้อยละ 18.60 ปลาทอดร้อยละ 17.54 นัตเก็ตร้อยละ 12.5 และหมูทอดร้อยละ 6.67
ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การทดสอบค่าปริมาณสารโพลาร์เพื่อหาระยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้น้ำมันนั้น เนื่องจากลักษณะการใช้งานกับอาหารแต่ละประเภทนั้น ทำให้เกิดปริมาณสารโพลาร์ต่างกัน จึงไม่สามารถกำหนดเวลามาตรฐานได้
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
