คอลัมน์ สนทนากับเลขาธิการ กบข.โดย วิสิฐ ตันติสุนทร
ภายใต้ระบบการออมของประเทศไทยในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยกองทุนต่างๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการออมภาคประชาชนให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ข้างต้นเช่นเดียวกันครับ โดยรัฐได้ส่งเสริมให้จัดตั้งขึ้นเพื่อข้าราชการ ให้เป็นแหล่งระดมเงินออมระยะยาวแบบผูกพัน เพื่อให้ข้าราชการออมเงินไว้ใช้ในการยังชีพหลังเกษียณอายุ ครับ
ดังนั้น ด้วยฐานะของการเป็นกองทุนเงินออมระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุของข้าราชการสมาชิกที่มีกว่า 1.2 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละคนจะมีอายุของการเป็นสมาชิกค่อนข้างยาว มากกว่า 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรืออาจมากกว่านั้น จึงส่งผลให้ กบข. มีนโยบายการลงทุนแบบระมัดระวัง (Conservative) ตลอดเวลา และมีการติดตามรวมทั้งวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการลงทุนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้ให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงของการลงทุนอย่างเหมาะสมด้วย ซึ่งปัจจุบัน กบข. มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภท อาทิ พันธบัตรรัฐบาล หุ้น กองทุนตราสารหนี้ เป็นต้น ครับ
อย่างไรก็ดี ภายใต้การลงทุนอย่างระมัดระวังนั้น แม้ กบข. จะมีฐานะเป็นกองทุนเงินออมระยะยาว แต่ กบข. ก็ตระหนักดีว่าการลงทุนที่มุ่งเน้นผลตอบแทนระยะยาวมากเกินไปอาจประสบกับปัญหาความผันผวนของการลงทุนในระยะสั้นได้ แต่หากมุ่งเน้นให้ผลตอบแทนเป็นบวกในระยะสั้นมากเกินไปก็อาจจะพลาดเป้าหมายของการสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่กำหนดไว้เช่นกัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกำหนดจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้บรรลุเป้าหมายกับการลดโอกาสที่ผลตอบแทนจะติดลบบ้างในระยะสั้น และระดับความเสี่ยงที่ยอมได้ในระยะยาวรวมทั้งได้นำหลักการบริหารความเสี่ยงมาเป็นแนวทางกำกับดูแลความเสี่ยงด้านลงทุนด้วยครับ
ซึ่งเหล่านี้คือหลักการในการบริหารเงินออมของกองทุนระยะยาวที่ กบข.นำมาใช้เพื่อสร้างผลประโยชน์ตอบแทนสู่สมาชิกอย่างรอบคอบระมัดระวังครับ
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
