โดย สุพัด ทีปะลานับเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ที่กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่นักศึกษาไทยมุสลิมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เรื่อง การส่งเสริมประสบการณ์ด้านวิสาหกิจผลิตภัณฑ์ฮาลาล ซึ่งครั้งล่าสุดได้ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม ณ เมืองปุนจัก ประเทศอินโดนีเซีย มีนักศึกษาไทยมุสลิมประมาณ 43 คน ที่เรียนอยู่ในอินโดนีเซียสนใจเข้าร่วมการอบรมครั้งนี้
การอบรมคราวนี้ ยังใช้วิทยากรหลักจาก คณะสหเวชศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ความรู้และแนวทางในหัวข้อต่างๆ มากมาย อาทิ การประยุกต์ฮาลาลเข้ากับระบบการผลิตอาหารในเชิงอุตสาหกรรม การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การจัดทำแผนธุรกิจฮาลาล โอกาสของฮาลาลในเชิงธุรกิจและการตลาด เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้หาได้ยากในการเรียนการสอนมหาวิทยาลัยเนื่องจากเด็กไทยที่มาเรียนจะเรียนด้านศาสนาเป็นส่วนใหญ่
นายธนาธิป อุปัติศฤงศ์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มองว่า ตลาดฮาลาลมีความสำคัญ เพราะขนาด และมูลค่าที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยกับตลาดฮาลาลมีความเกี่ยวเนื่องกันมากเพราะไทยเป็นรากฐานการเกษตร เป็นครัวโลก มีการบริการฮาลาลในโรงพยาบาล โรงแรม ธุรกิจการท่องเที่ยว Banking Logistics ซึ่งคนไทยค่อนข้างมีจุดแข็ง โดยกระทรวงการต่างประเทศได้วางยุทธศาสตร์การส่งเสริม และขยายตลาดสินค้าฮาลาลไทยไว้ 2 แนวทาง คือ การสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับมาตรฐาน รวมถึงตราสัญลักษณ์ฮาลาลของไทย ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และการพัฒนาโอกาสในการศึกษา และการประกอบอาชีพแก่นักศึกษาไทยมุสลิมในอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ การเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาได้เรียนรู้ด้านวิชาชีพ ขยายโอกาส และแนะนำลู่ทางการประกอบอาชีพ และธุรกิจในอนาคต ทั้งในด้านที่เกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาล และด้านอื่นๆ
ในขณะที่ รศ.วินัย ดะห์ลัน คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ เห็นว่า การจัดอบรมโครงการฮาลาลนั้น สิ่งที่มุ่งหวังที่สุดคือการให้นักศึกษาไทยมุสลิมได้คิดนอกกรอบ เพราะเด็กส่วนใหญ่จะเรียนทางด้านศาสนาเป็นหลัก ซึ่งการเรียนการสอนจะเน้นแต่เรื่องศาสนา ส่วนเรื่องอื่นๆ จะสอนน้อยมาก ดังนั้น การจัดอบรม และให้ความรู้ ถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์มาก แม้เด็กจะไม่ได้กลับไปประกอบธุรกิจกันทุกคน แต่อย่างน้อยทุกคนยังมีลู่ทางอื่นๆ จบออกไปไม่จำเป็นต้องไปเป็นครูสอนศาสนาเหมือนอย่างเดิม แต่มีทางเลือกอื่นด้วย นอกจากนี้ สิ่งที่เราคาดหวังคือ การให้เด็กเหล่านี้เป็นผู้ประกอบการที่มีคุณธรรม
การอบรมที่ผ่านๆ มาที่อียิปต์ โมร็อกโก และจอร์แดน ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของการให้ความรู้แก่นักศึกษาไทยมุสลิม ผมไปเจอนักศึกษาหลายคนที่เรียนจบแล้วกลับมาเมืองไทย ก็หันไปเป็นผู้ประกอบการหลายคน เช่น การทำธุรกิจท่องเที่ยวใน จ.กระบี่
ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล พบว่า ตลาดฮาลาลเพิ่มความสำคัญต่อการส่งออกอาหารไทยมากขึ้น เพราะตลาดฮาลาลเป็นตลาดใหญ่ จำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลก 1,800 ล้านคน กระจายอยู่ใน 148 ประเทศทั่วโลก ที่สำคัญมูลค่าการในอุตสาหกรรมฮาลาลค่อนข้างมหาศาล
ซึ่งน้องๆ ที่เข้ารับการอบรมในคราวนี้ ให้ความสนใจกับการอบรมอย่างมาก เพราะยังไม่เคยมีการอบรมในลักษณะนี้ขึ้นที่อินโดนีเซีย
มาหะมะรอยาลิ บีดิง หรือ จูลี่ อายุ 30 ปี นักศึกษาคณะเทววิทยา มหาวิทยาลัยอิสลามแห่งชาติจาการ์ตา (UIN) และประธานนักศึกษามุสลิมไทยในอินโดนีเซีย กรุงจาการ์ต้า บอกว่า การอบรมให้ประโยชน์ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ฮาลาลกับคนมุสลิมมาก เพราะสามารถตรวจสอบได้ว่าอาหารชนิดไหนฮาลาลหรือไม่ เช่น บะหมี่บางยี่ห้อไม่แน่ใจว่าฮาลาลหรือไม่ พอไม่แน่ใจคนมุสลิมก็จะลังเลว่าควรจะรับประทานหรือไม่ ส่วนการนำความรู้ไปต่อยอดทางธุรกิจคิดว่าจะทำเกี่ยวกับอาหาร เช่น การนำผลไม้ไปผลิตเป็นอาหารฮาลาลออกขาย การทำไก่บ้านฮาลาลขายในเมืองไทย
คอรีฮะ สูโรโรจน์ อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัย Islamic of yogyakarta เห็นว่าการมาเรียนทางด้านศาสนา ทำให้มีกรอบความคิดว่าเมื่อจบออกไปแล้วก็ต้องไปเป็นครูสอนศาสนา หรือไปทำธุรกิจเปิดโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่การอบรมฮาลาลได้ความรู้มากขึ้น อะไรที่ไม่เคยได้รู้ก็จะรู้ เช่น เสื้อผ้าอาหาร ร้องเท้าฮาลาล แม้แต่เราเป็นมุสลิมเอง ก็ไม่ทราบว่ามีเรื่องนี้ด้วย ซึ่งเป็นจุดที่จะสามารถนำไปทำธุรกิจฮาลาลได้อนาคตได้
แม้การจัดเวิร์กช็อปแก่นักศึกษาไทยมุสลิมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลในครั้งนี้ จะไม่ได้ทำให้เกิดการทำธุรกิจฮาลาลขึ้นในทันทีทันใด แต่เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ นักศึกษาไทยมุสลิมจะหันไปทำธุรกิจด้านนี้กันเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งจะเป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
หน้า 23
ข้อมูลจาก มติชน
