คอลัมน์ สดจากเยาวชนปฤษณา กองวงค์
งานนี้เป็นการอวดความฮาร์โมนี่ของดนตรีไทยและดนตรีสากล ซึ่งมีความแตกต่าง และเราทำความแตกต่างนั้นให้ลงตัว
อาจารย์สุกรี เจริญสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผย ไม้เด็ด ที่จะนำไปแสดงในงานประชุมดนตรีโลก ครั้งที่ 28 ที่เมืองโบลอนญ่า ประเทศอิตาลี จัดโดยสมาคมเพื่อการศึกษาดนตรีนานาชาติ ในวันที่ 20-25 ก.ค.นี้
ก่อนถึงวันเดินทาง อาจารย์สุกรีนำคณะเยาวชนวงดนตรี ดร.แซ็ก แชมเบอร์ ออร์เคสตร้า วงดนตรีที่เกิดจากการรวมตัวของเยาวชนที่มีใจรักในเสียงเพลง ภายใต้โครงการวิจัยพรสวรรค์ ของรศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ซึ่งเคยคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดดนตรีนานาชาติ ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2548 มาแสดงเรียกน้ำย่อยก่อนอวดฝีมือสู่สายตานานาประเทศอีกครั้ง
ความไพเราะของเสียงจะเข้ ผสานเข้ากับดนตรีเครื่องสายสากลอย่างงดงามลงตัว ในเพลงกฤดาภินิหาร และเพลงกราวใน ในงานแถลงข่าว Dr.Sax Chamber Orchestra : เส้นเสียงเครื่องสาย เยาวชนไทยในเวทีโลก ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อาจารย์สุกรีเล่าว่า งานประชุมดนตรีโลกเป็นที่ชุมนุมของขุนพลคนดนตรีทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยจะมีวงดนตรีเพียง 300 วง จาก 6,000 มหาวิทยาลัยทั่วโลกที่มีโอกาสร่วมแสดง และวงดร.แซ็ก แชมบอร์ ออร์เคสตร้า จากไทย เป็นหนึ่งในวงที่ได้รับเกียรติร่วมแสดง
เราได้รับเชิญให้ร่วมแสดง 2 รายการ ครั้งแรก ในรายการปกติวันที่ 24 ก.ค. เป็นการแสดงต่อสาธารณชนรวมถึงนักวิชาการดนตรีจากทั่วโลก 35 นาทีของเราเป็นเวลาทอง จะเล่นเพลงนกขมิ้น โซโล่ด้วยเชลโล่กับออร์เคสตร้า และเล่นจะเข้กับออร์เคส ตร้าในเพลงกราวใน เพลงหน้าพาทย์ที่มีลักษณะทำนองแสดงความองอาจ สง่างาม ฮึกเหิม และการเดี่ยวเชลโล่ร่วมกับวงออร์เคสตร้าในบทเพลงนกขมิ้น เพลงไทยหวานซาบซึ้งทั้งเนื้อร้องและทำนองในรูปแบบสากล ส่วนอีกครั้งคือการแสดงในรูปแบบคอนเสิร์ตความยาว 70 นาที โดยจะแสดงเป็นวงสุดท้ายในเวลา 21.00 น. ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก
ความพิเศษที่นานา ชาติจะได้เห็นจากการแสดงครั้งนี้คือ ความเป็นวงดนตรีระดับเยาวชนที่มีศักยภาพเทียบเท่ามืออาชีพ และแม้จะเป็นเครื่องสายสากล แต่จะนำเสนอด้วยบทเพลงไทยรวมทั้งเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีไทย
นอกจากนี้ ยังมีบท เพลงไทยที่สำคัญ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน เพลงศรีอยุธยา เพลงกฤดาภินิหาร เพลงแขกเชิญเจ้า รวมถึงเมดเลย์สะท้อนวิถีชีวิตวัฒนธรรมคนไทย อวดเสน่ห์ความเป็นไทยที่ผสมผสานกับเครื่องสายสากลได้อย่างกลมกลืน ในเพลงปิดท้าย เลือกบทเพลงที่มีชื่อเสียงของอันโตนิน ดโวชาค เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราสามารถเล่นเพลงของเขาได้เท่าเทียมเขา ขณะเดียวกัน เราก็ทำเพลงของเราให้เป็นที่รู้จักได้
อาจารย์สุกรีบอกเล่าถึงพัฒนาการของวงดร.แซ็กฯ ว่า แรกๆ เราเล่นเพลงคลาสสิค ต่อมาฝึกเด็กเล่นเพลงไทย เช่น ลาวดวงเดือน ลาวกระทบไม้ เป็นการปรับ ปรุงเพื่อยกระดับดนตรีใหม่ นำดนตรีไทยและสากลมาผสมผสานกัน และหวังว่าในอนาคตเราจะทำเพลงใหม่ โดยนำจิตวิญญาณไทยมาใช้
เด็กรุ่นนี้ถือว่าฝีมือดี ถ้าเรียนดนตรีในระดับที่เท่ากับต่างชาติถือว่าเราก้าวหน้ากว่าเขาเยอะ เพราะเราซ้อมเยอะ เด็กเอาจริงเอาจัง มีโอกาสได้แสดงต่อเนื่องไม่หยุด โดยถือว่าดนตรีเป็นอาชีพที่เด็กทำด้วยหัวใจ สมอง สองมือ และจิตวิญญาณ การเดินทางไปครั้งนี้เป็นการเปิดตัวประเทศมากขึ้น นานาชาติรู้จักประเทศไทยในมุมมองที่ดีขึ้นผ่านดนตรีของเรา
ด้าน ร.อ.ประทีป สุพรรณโรจน์ ผู้อำนวยเพลงและผู้เรียบเรียงเพลงประจำวง กล่าวว่า เพลงกราวใน เดิมเป็นเพลงหน้าพาทย์ ประกอบอากัปกิริยาการยกทัพของตัวละครฝ่ายยักษ์ มีจัง หวะสองชั้น นำมาเรียบเรียงใหม่ให้มีลักษณะเหมือนการประชันระหว่างจะเข้และวงออร์เคสตร้า ความยากคือการปรับทางเสียงเครื่องดนตรีทั้งสองที่แตกต่างกันให้บรรจบกันอย่างลงตัว
สำหรับเพลงเมดเลย์พื้นบ้านสามภาคที่นำมาเรียบเรียงเสียงใหม่ ภาคเหนือ ประกอบด้วย เพลงฤาษีหลงถ้ำ ฟ้อนสาวไหม ปราสาทไหว ภาคใต้นำเสนอความโดดเด่นของรองเง็ง ผ่านเพลงลากูดูวอ เพลงปราคำเปา เพลงบุหงารำไป ส่วนภาคอีสาน ประกอบด้วย เพลงเซิ้ง แห่ปราสาทผึ้ง แว่วเสียงโปงลาง แหย่ไข่มดแดง ที่มีทำนองคึกคัก สนุกสนาน
แม้ทุกบทเพลงจะเรียบเรียงใหม่ให้เหมาะกับเครื่องสายสากล แต่เสียงเพลงที่ได้ยินยังคงเสน่ห์และเอกลักษณ์ความเป็นไทย
ด้านหัวหน้าวง เบียร์ น.ส.ผ่องพรรณ อังคสุภณ อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโท ปี 1 คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักไวโอลินแนวที่ 1 เล่าถึงบทบาทหัวหน้าวงว่า ต้องเข้มแข็ง เพราะต้องเป็นผู้นำทางอารมณ์และความสามัคคี จิตใจต้องมั่นคง การซ้อมไม่ใช่แต่ตัวเราที่ควบคุมวง แต่ทุกคนเหมือนพี่น้องที่ช่วยกันดู ช่วยกันฟัง ช่วยกันบอกให้ดีขึ้น
คาดหวังให้คนดูประทับใจ ทึ่งในเด็กไทยว่าเราเล่นคลาสสิคได้ดี ขณะเดียวกัน ก็เล่นเพลงพื้นเมืองได้ดีไม่แพ้เพลงสากล ทุกคนในวงทุ่มเทฝึกซ้อมกันหนัก เพราะเมื่อขึ้นเวทีความมั่นใจจะลดลง ต้องทำให้เต็มที่
อร น.ส.อรนาถ จันทรโอภากร อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้บรรเลงเดี่ยวจะเข้ร่วมกับวงออร์เคสตร้าในบทเพลงกราวใน กล่าวว่า การแสดงครั้งนี้นับเป็นตัวแทนทางดนตรีที่จะเชื่อมให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและความเป็นสากลได้อย่างกลมกลืน ในฐานะมือเดี่ยวจะเข้พยายามฝึกซ้อมเต็มที่ เพราะแม้ว่าการเล่นจะเข้ในบทเพลงกราวในจะยึดถือการเล่นตามโน้ตดนตรีไทยเดิม แต่การออกแบบการเล่น การกำหนดเสียงหนักเบา เพื่อให้กลมกลืนสอดประสานกับเสียงรับของวงออร์เคสตร้านั้นเป็นโจทย์ที่ยากทีเดียว ต้องอาศัยทักษะ การฝึกซ้อม และเข้าถึงอารมณ์ของบทเพลง เพื่อถ่ายทอดออกมาให้ไพเราะที่สุด เชื่อว่าการแสดงครั้งนี้จะช่วยเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติรู้จักเครื่องดนตรีไทยมากขึ้น
ด้านนิก ด.ช.อานิก เวพาสยนันท์ อายุ 12 ปี เกรด 9 จาก Harrow International School หนุ่มน้อยเชลโล่ น้องใหม่ของวง ที่เคยนำเสนอเรื่องราวความสามารถกันไปแล้ว เล่าถึงความผูกพันในวงว่า พี่ๆ น่ารัก เป็นมิตร ใจดี จะคอยสอนเทคนิคดีๆ ให้ ส่วนความพร้อมของวง เกือบเต็มร้อยแล้วครับ ก่อนเดินทางต้องซ้อมให้มากขึ้น เพราะเราไปในฐานะตัวแทนประเทศ อยากทำให้ดีที่สุด อยากให้คนยุโรปรู้จักประเทศไทยมากขึ้น
ที่ผ่านมาเราค้นคว้าประวัติศาสตร์มาเยอะแล้ว วันนี้ลูกๆ จะสร้างประวัติศาสตร์ อาจารย์สุกรี เจริญสุข ทิ้งท้าย
หน้า 24
ข้อมูลจาก ข่าวสด
