มหาลัยขอบริหารจัดการเองเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นางสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยผลการประชุมเครือข่ายรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตนักศึกษา ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการสำรวจจำนวนนิสิตนักศึกษาเพศที่ 3 ของแต่ละสถาบัน ซึ่งมหาวิทยาลัยต่างๆ 61 แห่ง ได้รายงานผลการสำรวจมาแล้ว ในจำนวนนี้มีเพียง 27 แห่ง ที่สำรวจพบว่าในสถาบันมีนักศึกษาเพศที่ 3 จำนวน 2,847 คน โดยแปลงเพศเรียบร้อยแล้ว 22 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน ส่วนมหาวิทยาลัยที่เหลือรายงานว่าไม่มีนิสิตนักศึกษาเพศที่ 3 อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยต่างๆ เสนอว่า สกอ.ควรอนุโลมตามความเห็นของมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างกันไป เช่น บางแห่งให้นักศึกษาแต่งกายตามเพศที่เบี่ยงเบนแล้ว เช่น ให้แต่งกายเป็นหญิงตลอด สำหรับห้องน้ำนั้น มีบางแห่งที่จัดห้องน้ำเพศที่ 3 ส่วนหอพักไม่ได้แบ่งแยกชัดเจน แต่จัดโซนนิ่ง หรือพื้นที่ให้กลุ่มเพศที่ 3 ดังนั้น ข้อสรุปจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยต่างๆ สรุปว่า เพศที่ 3 ไม่เป็นปัญหาในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งตนจะสรุปเรื่องและเสนอต่อนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ต่อไป
นายสุเมธกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องความปลอดภัยของนิสิตนักศึกษา เพราะพบว่ามีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุในการจราจรภายในมหาวิทยาลัยค่อนข้างมาก เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ผ่านมา มีนักศึกษาประสบอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตแล้ว 3 คน เป็นต้น เบื้องต้นที่ประชุมเห็นชอบให้ทุกมหาวิทยาลัยเข้มงวดให้นิสิตนักศึกษาปฏิบัติตามกฎจราจร เช่น ต้องสวมหมวกกันน็อค รวมทั้ง รณรงค์ให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนิสิตนักศึกษา เช่น สำรวจป้ายจราจร และเส้นทางจราจรภายในมหาวิทยาลัยให้เหมาะสม โดยให้แต่ละมหาวิทยาลัยนำเสนอโครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยของนิสิตนักศึกษาต่อที่ประชุมอีกครั้งในเดือนสิงหาคม
ส่วนที่มีข่าวบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาศัยการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของนิสิตนักศึกษา และแฝงโฆษณาที่ไม่เหมาะสมในมหาวิทยาลัยนั้น จากการสอบถามเครือข่าย ยังไม่มีบริษัทใดมีพฤติกรรมดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีตัวแทนนักศึกษา 5 แห่งร้องเรียนต่อวุฒิสภานั้น ได้ขอให้มหาวิทยาลัยนั้นๆ ตรวจสอบ และเสนอมาตรการดูแลในเดือนสิงหาคมเช่นกัน นายสุเมธกล่าว
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
