แยกประชาชื่นล็อกล้อ
เพิ่งรู้เช่นกันว่า รัฐบาลมีแผนจะนำเข้าน้ำมันดีเซลจากประเทศรัสเซีย จากเดือนละ 300,000 ตัน หรือประมาณ 3 ล้านลิตร คิดเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลภายในประเทศต่อเดือน
ถ้า สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ไม่บอกไว้ในรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็คงยังไม่มีใครรู้
จากที่นายกฯ บอก คุณภาพน้ำมันของรัสเซีย เทียบเท่าน้ำมันดีเซลในไทยเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ราคาถูกกว่าที่ไทยใช้ถึงลิตรละ 8 บาท คาดว่าจะนำเข้าน้ำมันลอตแรกภายใน 60 วัน และจะส่งเสริมให้นำเข้าต่อเนื่อง โดยจะขายให้เฉพาะสมาชิกสหกรณ์ จากสหกรณ์ทั่วประเทศ 200 แห่งเท่านั้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรถบรรทุก และประมง
ที่ว่าคุณภาพน้ำมันรัสเซียต่ำกว่าของไทยคือ น้ำมันดีเซลที่ไทยใช้อยู่ทุกวันนี้มีปริมาณกำมะถัน ที่ 0.035% ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายตามมาตรฐานยูโร ขณะที่น้ำมันจากรัสเซียมีปริมาณกำมะถัน ที่ 0.5% สูงกว่าที่กำหมายกำหนด
ปริมาณกำมะถันที่สูงขึ้นในน้ำมันมีผลต่อมลพิษในอากาศ ตามข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า น้ำมันดีเซลที่มีกำมะถัน 0.5% จะทำให้มีฝุ่นเพิ่มขึ้นอีก 15%
ผลจากการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากประเทศรัสเซียข้อดีคือช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุก และประมง ที่แบกภาระต้นทุนน้ำมันไม่ไหวแล้ว
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาในระยะยาว เพราะรัฐบาล และนายกฯ ยังไม่ได้พูดถึงแผนการจัดการในระยะยาวเลย
ในเมื่อน้ำมันดีเซลรัสเซียมีผลต่อมลภาวะในอากาศ ทำให้หลายฝ่ายห่วงใย และไม่อยากให้รถเมล์ รวมถึงรถบรรทุกนำมาใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีปัญหาเรื่องมลภาวะอยู่แล้ว
ที่สำคัญราคาที่ถูกกว่าถึง 8 บาท อาจจูงใจให้เกิดการลักลอบมาขายให้กับบุคคลทั่วไป รวมไปถึงผู้ประกอบการอาจละเลยการหาทางออกให้ตัวเองจากวิกฤตพลังงาน เพราะมีน้ำมันราคาถูกให้ใช้โดยไม่มีกำหนด ซึ่งจะส่งผลไปถึงธุรกิจน้ำมันในประเทศ
รัฐบาลควรกำหนดแผนงานให้ชัดเจนจะได้ไม่วุ่นวายในภายหลัง
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
