แฉแผนน.ศ.แพทย์-ทันตฯ-วิศวะ มหาลัยชื่อดังรับจ้างทำข้อสอบโอเน็ต คิดค่าแรง 1-5 แสน แบ่งงานกันทำและนำกระดาษข้อสอบออกจากห้อง พบกก.คุมสอบบางคนรับ 7 หมื่น เปิดทางเอาข้อสอบออก เผยผู้คุมสอบยังโลว์เทคขณะที่อุปกรณ์โกงไฮเทคมากขึ้นนายสมพงษ์ จิตระดับ
อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 มีนาคม กรณีคณะกรรมการคุมสอบที่ศูนย์สอบจุฬาฯ สามารถจับนักเรียนทุจริตทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ
โอเน็ต
ด้วยวิธีการต่างๆ ได้ 6 ราย โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์มือถือคล้ายนาฬิกาข้อมือว่า เคยพูดคุยกับกลุ่มมือปืนรับจ้างในการยิงข้อสอบโอเน็ต และข้อสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ
เอเน็ต
ส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง และเรียนอยู่ในคณะต่างๆ เช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น โดยจะรวมตัวกันกลุ่มละประมาณ 10 คน เด็กกลุ่มนี้เป็นพวกจีเนียส แรกๆ ทำเพื่อช่วยน้อง ญาติ หรือเพื่อนให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ พอเห็นช่องทางเลยพัฒนาเป็นอาชีพ แต่ละปีจะรับลูกค้าประมาณ 15-25 ราย รายละ 1-2 แสนบาท แต่ถ้าคณะ หรือมหาวิทยาลัยยอดนิยม เช่น คณะแพทย์ อาจจ่ายถึง 5 แสนบาท เฉลี่ยแล้วแต่ละปีมีรายได้มากมาย
นายสมพงษ์กล่าวต่อไปว่า ในการว่าจ้างนั้น ผู้จ้างจะต้องจ่ายเงินมัดจำครึ่งหนึ่งของวงเงินที่ตกลงกันก่อน เมื่อสำเร็จแล้วก็จ่ายที่เหลือทั้งหมด แต่ละปี การทุจริตสอบจะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือขอนแก่น เป็นต้น โดยจะมีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน เพื่อฝึกรับเอสเอ็มเอส หรือหากข้อสอบมี 2 ชุด จะมีวิธีการอย่างไร กลุ่มมือปืนรับจ้างสอบจะแบ่งงานกันทำ จะมีตัวหลักๆ 3-4 คนเข้าไปนั่งสอบประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจะนำกระดาษข้อสอบออกจากห้องสอบมาให้ได้ก่อนหมดเวลาสอบประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (วิชาหนึ่งใช้เวลาสอบ 2-3 ชั่วโมง) เมื่อได้ข้อสอบออกมาแล้ว ก็จะไปส่งรถจักรยานยนต์ที่มารอรับก่อนนำส่งทีมเฉลยคำตอบ ทีมดังกล่าวจะเป็นนิสิตนักศึกษาที่เก่งมากๆ เมื่อได้ข้อสอบแล้วก็จะรับเฉลยทันที ใช้เวลาเฉลยข้อสอบไม่เกิน 45 นาที
นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า เป็นไปได้ว่ากลุ่มที่เข้าไปนั่งทำข้อสอบในห้องสอบนั้น อาจจะเฉลยข้อสอบเสร็จตั้งแต่อยู่ในห้องสอบ และนำออกมาส่งเอสเอ็มเอส โดยการส่งเอสเอ็มเอสจะฝึก และกำหนดส่ง 1 ข้อ ในทุกๆ 5 วินาที อีกเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มมือปืนรับจ้างเหล่านี้ สามารถนำข้อสอบออกจากห้องสอบได้ เพราะมีทีมทำหน้าที่สำรวจผังที่นั่งสอบ ซึ่งจะเปลี่ยนทุกๆ 3 ปี รู้ว่ากรรมการคุมสอบจะอยู่ที่จุดใด กรรมการคุมสอบคนใดสามารถพูดคุยกันได้ และซื้อตัวได้ โดยจ่ายเงินให้ผู้คุมสอบคนละประมาณ 5-7 หมื่นบาท และว่า เหตุที่กลุ่มมือปืนรับจ้างไม่เคยถูกจับได้ เนื่องจากผู้คุม หรือกรรมการคุมสอบไม่รู้เท่าทันวิธีการของมือปืนรับจ้างเหล่านี้
นายสมพงษ์กล่าวว่า นักเรียนที่ถูกจับทุจริตสอบโอเน็ตโดยการใช้โทรศัพท์มือถือคล้ายนาฬิกาข้อมือ และอ้างว่าเพื่อนเป็นคนส่งข้อความให้นั้น จึงไม่ใช่แน่นอน อยากให้ สทศ.ลองพูดคุยกับนักเรียนคนดังกล่าวดีๆ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้สาวถึงกลุ่มมือปืนรับจ้างสอบเหล่านี้ว่าอยู่ที่ไหน อยู่มหาวิทยาลัยใดบ้าง หาก สทศ.ต้องการปกป้องนักเรียนที่ทุจริตก็ทำได้ แต่ในส่วนของกลุ่มมือปืนรับจ้างสอบ แม้จะเป็นนิสิตนักศึกษา ก็จำเป็นจะต้องดำเนินการกับคนเหล่านี้ มหาวิทยาลัยก็ต้องจัดการด้วย เพื่อให้กลุ่มเหลือบเหล่านี้หมดไป ไม่เช่นนั้นจะไม่เป็นธรรมต่อนักเรียนอีกมากมายที่เหน็ดเหนื่อย และตั้งใจกับการสอบ
"กลุ่มมือปืนรับจ้างสอบมีทุกปี ยิ่งข้อสอบโอเน็ตง่ายกว่าการสอบเอ็นทรานซ์มาก อุปกรณ์ที่ใช้ทุจริตก็ไฮเทคมากขึ้น ในขณะที่ผู้คุมสอบส่วนใหญ่ยังโลว์เทคอยู่ เมื่อศูนย์สอบจุฬาฯ จับทุจริตได้ ก็ออกมาล้อมคอกกันใหญ่ กลุ่มมือปืนรับจ้างสอบยังบอกกับผมว่า ที่ยังอยู่ได้เพราะลูกค้าส่วนใหญ่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้หมด แต่ผมอยากเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครองว่าไม่ควรเสี่ยง หรือเอาเงินไปทุจริตเพื่อซื้ออนาคต ซื้อที่นั่งในมหาวิทยาลัยให้ลูก แม้จะคิดว่าคุ้มกับการเสี่ยงก็ตาม"
อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯกล่าว
วันเดียวกัน มีการทดสอบเอเน็ตเป็นวันแรก และจะมีถึงวันที่ 9 มีนาคม ปรากฏว่าในวันนี้ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปตรวจเยี่ยมสนามสอบที่โรงเรียนหอวัง และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยที่สนามสอบโรงเรียนหอวัง อาจารย์ผู้คุมสอบได้สั่งให้ผู้เข้าสอบปิดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด และวางไว้ใต้เก้าอี้ หากเปิดไว้ และมีสัญญาณเข้าก็จะถือว่าทุจริต ส่วนในสนามสอบอื่นๆ ในต่างจังหวัด ยังไม่มีการรายงานการทุจริตเข้ามา หากนักเรียนที่มีข้อมูล หรือข้อสงสัยอะไร ให้ติดต่อได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 0-2576-5555, 0-2576-5777
นางศศิธร อหิงสโก ผู้อำนวยการกลุ่มรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา กล่าวว่า การสอบเอเน็ตครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่มีรถวิ่งจับสัญญาณต่างๆ เหมือนการสอบเอ็นทรานซ์ในสมัยก่อน เพราะจากการสอบถามจากผู้รู้ทราบว่า 'สมัยก่อนการสื่อสารต่างๆ ใช้ระบบอนาล็อก สามารถจับสัญญาณได้หากส่งสัญญาณเพื่อทุจริต อีกทั้งสนามสอบมีเพียงไม่กี่จุด แต่ขณะนี้มีสนามสอบถึง 76 จังหวัด และการส่งสัญญาณต่างๆ ก็เป็นระบบดิจิตอล ทำให้การจับสัญญาณทำได้ยาก และค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของกรรมการคุมสอบที่จะคอยสังเกตพฤติกรรมของผู้เข้าสอบว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่' นางศศิธรกล่าว
นางพิศวาส ยุติธรรมดำรง ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หนึ่งในสนามสอบเอเน็ต กล่าวว่า วันนี้ โรงเรียนเตรียมถุงดำสำหรับให้ผู้เข้าสอบในสนามของโรงเรียน นำอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ใส่ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานำโทรศัพท์มือถือที่เป็นนาฬิกาข้อมือมาใช้ในการทุจริต
นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึงกรณีมีนักเรียนร้องเรียนข้อสอบเอเน็ตวิชาภาษาไทยผิดว่า มั่นใจว่าข้อสอบถูกต้อง แต่คณะกรรมการจะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง หากพบว่าข้อสอบผิดจริง ก็จะยกประโยชน์ให้กับผู้เข้าสอบ
นางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการ สทศ.กล่าวว่า สทศ.ได้กำหนดปฏิทินการสอบโอเน็ตสำหรับนักเรียนที่เกิดเหตุสุดวิสัย รายชื่อตกหล่น และนักเรียนกลุ่มเทียบเท่า ดังนี้ รับสมัคร วันที่ 10-20 มีนาคม ทางเว็บไซต์ www.niets.or.th นักเรียนจะต้องสมัครด้วยตนเองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ เลขที่นั่งสอบ และสนามสอบ ในวันที่ 24 มีนาคม สอบวันที่ 29-30 มีนาคม และประกาศผลวันที่ 15 เมษายน ผู้สมัครจะต้องส่งหลักฐานที่แสดงเหตุผลชัดเจนของการขาดสอบมาที่ สทศ.ภายในวันที่ 20 มีนาคม ขอย้ำว่าผู้สมัครอาจไม่ได้เข้าสอบทุกคน ต้องดูเหตุผลเป็นหลัก
ก่อนหน้านี้ นายสงบ ลักษณะ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ.ว่า ได้พิจารณาลงโทษนักเรียนที่ทุจริตในการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ชั้น ม.6 ซึ่ง สทศ.ได้รับรายงานจากศูนย์สอบ 10 ศูนย์ จากทั้งหมด 18 ศูนย์ทั่วประเทศพบว่า ศูนย์สอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้ทุจริต 6 ราย ใน 4 กรณีนั้น ที่ประชุมมีมติว่ากรณีนักเรียน 2 คน เขียนคำตอบวิชาภาษาอังกฤษใส่ยางลบส่งให้กันในห้องน้ำ กรณีที่นักเรียนคนแรกทำข้อสอบเสร็จก่อนแล้วส่งคำตอบให้คนที่ 2 ผ่านโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ระหว่างขาในวิชาภาษาอังกฤษ ให้ปรับตกวิชาภาษาอังกฤษ ส่วนที่เปิดโทรศัพท์มือถือไว้แล้วมีผู้โทร.เข้ามาในการสอบวิชาคณิตศาสตร์ ให้ปรับตกวิชาคณิตศาสตร์ และกรณีสุดท้ายที่นักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือที่มีรูปร่างเหมือนนาฬิกาข้อมือเป็นเครื่องมือทุจริต ที่ประชุมมีมติให้ปรับตกทั้ง 6 วิชา เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำทุจริตที่มีการวางแผนมาล่วงหน้า และทุจริตตั้งแต่สอบวิชาแรก
ข้อมูลจาก มติชน
