สดจากราชภัฏรัตนา เตชะเสาวภาคย์
ถ้าป่าชายเลนถูกทำลาย ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำก็จะลดลง ส่งผลถึงระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน สังคม และต่อประเทศชาติโดยรวม
นั่นคือเสียงสะท้อนของเหล่านักศึกษาภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัสวนสุนันทา ทั้งภาคปกติและกศ.บป. ที่ได้ช่วยกันจัดทำโครงการ ปลูกป่าชายเลนถาวรเฉลิมพระเกียรติ 500 ไร่ ถวายในหลวง ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว และเป็นการแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปีพ.ศ.2550
ทั้งยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนที่เป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญและมีคุณค่ามหาศาลของมนุษย์ เป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย แหล่งเพาะพันธ์และอนุบาลสัตว์น้ำ และช่วยป้องกันภัยธรรมชาติ เป็นเกราะกำบังและลดความรุนแรงของพายุและคลื่นลมชายฝั่ง รวมทั้งช่วยดักกรองตะกอนสารมลพิษและสิ่งปฏิกูลต่างๆ มิไม่ให้ไหลลงไปสะสมในบริเวณชายฝั่ง
พื้นที่ป่าชายเลนเป้าหมายที่นักศึกษาได้เดินทางไปร่วมฟื้นฟูคือ บ้านแหลมพ่อตา ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง มีนักศึกษาทั้งภาคกศ.บป.ปี 4 และภาคปกติ ร่วมเดินทางไปจำนวน 120 คน โดยการนำทีมของอาจารย์ปรเมษฐ์ แสงอ่อน อาจารย์ประจำภาควิชาฯ เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2550 ที่ผ่านมา
นางอาภัสร มีศิลป์ เปิ้ล ประธานโครงการดังกล่าว บอกเล่าให้ฟังว่า ถือเป็นครั้งแรกที่นักศึกษากศ.บป.และนักศึกษาภาคปกติของภาควิชา ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง และที่สำคัญยังเป็นแรงกระตุ้นให้น้องๆ รุ่นต่อไปได้สานต่อโครงการที่ดีเช่นนี้
โครงการนี้เกิดจากโจทย์ในโครงการฝึกประสบการณ์วิชาการของนักศึกษาปี 4 ที่นายทนงศักดิ์ พิริยะกฤต คณบดีคณะวิทยาการจัดการ ได้ตั้งขึ้นมาให้นักศึกษาจัดทำโครงการเพื่อการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนร่วม จึงได้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้น
ดูผิวเผินอาจจะมองว่าไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมา แต่ความจริงนั้นการปลูกป่าชายเลนมีความเกี่ยวข้องกับวิชาที่เรียนอย่างยิ่ง เพราะการส่งออกอาหารทะเลเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทยจำนวนไม่น้อย
ดังนั้น หากแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลซึ่งก็คือป่าชายเลนถูกทำลาย ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารทะเล รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศด้วย
นางอาภัสร บอกด้วยว่า ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้จักป่าชายเลนมาก่อน แต่เมื่อได้ร่วมในโครงการ ทำให้เห็นความสำคัญป่าชายเลนมากยิ่งขึ้น และคิดว่าการปลูกป่าชายเลนยังไม่ค่อยมีการทำกันอย่างกว้างขวาง ไม่เหมือนกับป่าเบญจพรรณที่คนมักนิยมปลูกมากกว่า ดังนั้น จึงอยากให้รณรงค์ให้มีการปลูกและฟื้นฟูมากขึ้น
น.ส.ธิดารัตน์ พันธ์สมบัติ อุ๊ นักศึกษากศ.บป.ปี 4 เสริมเพิ่มเติมว่า ต้นไม้ที่นำไปปลูกคือต้นโกงกางใบใหญ่ รวมทั้งปูดำและหอยขาวที่นำไปปล่อย ล้วนได้รับความอนุเคราะห์จากสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 9 (กะเปอร์ จ.ระนอง) ซึ่งพื้นที่ที่เราไปนั้นเป็นเกาะโกงกางที่ต้องลงเรือข้ามไป และมีสภาพเสื่อมโทรมบนเนื้อที่ 500 ไร่ และการปลูกป่าชายเลนนั้นต้องดูภาวะของข้างขึ้นข้างแรม น้ำขึ้นน้ำลงด้วย จึงมีข้อจำกัดที่เราจะต้องช่วยกันปลูกในช่วงเช้าที่น้ำลด ซึ่งได้ช่วยกันปลูกได้ประมาณ 20 ไร่ และคิดว่าจะให้มีการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง
นายกิตติศักดิ์ มหามงคลชัย กิต นักศึกษากศ.บป.ปี 4 บอกว่า เท่าที่ทราบข้อมูลป่าชายเลนมีจำนวนลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ช่วยกันฟื้นฟูป่าชายเลน ดังนั้น ไม่เฉพาะจังหวัดระนองที่เราไปปลูกเท่านั้น แต่อยากให้มีการรณรงค์และช่วยกันฟื้นฟูทุกพื้นที่ในทุกจังหวัด
ส่วนน.ส.นภวรรณ ใจมั่น เจี๊ยบ นักศึกษากศ.บป.ปี 4 บอกว่า อยากให้มีการปลูกฝังให้เห็นถึงความสำคัญของป่าชายเลนตั้งแต่วัยเด็ก ส่งเสริมเป็นวิชาในการเรียนการสอนตั้งแต่เด็ก และให้เด็กได้ไปสัมผัสจากของจริง ไม่ใช่เรียนรู้แต่ในตำราที่ไม่ได้ซึมซับอย่างแท้จริง
นายอลงกต อาติยะรัตน์ ท๊อป นักศึกษาปี 3 ประธานสโมรสรนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ ภาคปกติ บอกว่า ป่าชายเลน นอกจากจะช่วยในระบบนิเวศและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของอาหารทะเลแล้ว ยังเป็นแนวป้องกันคลื่นของชายฝั่ง กรณีคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นและทำลายความเสียหายมากมาย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะป่าชายเลนที่ถูกทำลาย ดังนั้น เราเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่เป็นการจุดประกายให้ทุกคนให้เห็นความสำคัญของป่าชายเลนและช่วยกันฟื้นฟู ซึ่งเวลานี้มนุษย์มีแต่ทำลาย และการจะฟื้นฟูต้องใช้ระยะเวลานับ 10 ปี จึงอยากให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับป่าชายเลนมากขึ้น
เสียงสะท้อนจากนักศึกษาที่ได้ไปสัมผัสและเรียนรู้ถึงความสำคัญของป่าชายเลน รวมถึงปัญหาที่มนุษย์ทำลายป่าชายเลนจนลดน้อยลง คงเป็นชนวนให้ทุกคนได้หันมาเอาใจใส่ป่าชายเลนให้มากขึ้น
ป่าชายเลนถูกทำลายไปมากเท่าไหร่ย่อมหมายถึง วิถีชีวิตของคนก็ถูกทำลายไปมากขึ้นเท่านั้น
หน้า 25
ข้อมูลจาก ข่าวสด
