ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่ององค์ประกอบในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2553 ว่า เรื่องสัดส่วนที่ตนอยากให้มีการหารือร่วมกันระหว่างประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ต้องเลื่อนไปหลังการประกาศผลแอดมิชชั่น ประจำปี 2550 ในวันที่ 15 พ.ค. เนื่องจากขณะนี้ยังมีปัญหาฟ้องร้องเกี่ยวกับการใช้คะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (โอเน็ต) ครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 2 ดังนั้นหากมีการประกาศองค์ประกอบแอดมิชชั่น 2553 ใหม่ เกรงว่าจะสร้างความสับสนรมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนยังได้หารือเบื้องต้นกับประธาน ทปอ. ถึงแนวทางของ สพฐ. ที่จะเริ่มนำคะแนนโอเน็ตมาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการวัดการจบช่วงชั้น ม.6 โดยในปีการศึกษา 2550 จะได้เริ่มนำคะแนนโอเน็ตร้อยละ 30 มารวมกับคะแนนสอบของโรงเรียนอีกร้อยละ 70 เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้น ม.6 จากนั้นในปีต่อไปก็จะเพิ่มโอเน็ตเป็นร้อยละ 40 และร้อยละ 50 ในปีต่อไป ดังนั้นจึงหมายความว่า ผลคะแนนโอเน็ต คะแนนเฉลี่ยสะสมรายกลุ่มสาระ (จีพีเอ) และคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย (จีพีเอเอ็กซ์) จึงเปรียบเสมือนเป็นองค์ประกอบเดียวกันที่แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนในชั้น ม.ปลาย อีกทั้งเมื่อมีการนำคะแนนโอเน็ตไปถ่วงกับผลการสอบของโรงเรียน ก็จะทำให้คะแนนจีพีเอและจีพีเอเอ็กซ์ของโรงเรียนมีความเชื่อถือมากขึ้นด้วย
ทปอ. จะต้องทบทวนองค์ประกอบที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ใหม่ เพราะสิ่งที่กำหนดไว้เดิมคือองค์ประกอบแอดมิชชั่น 2553 ประกอบด้วยคะแนนโอเน็ต จีพีเอเอ็กซ์ และข้อสอบวัดความถนัด (แอพติจูดเทสต์) ไม่ตรงกับที่ ศธ. ดำเนินการอยู่ หาก ทปอ. นำไปใช้เป็นองค์ประกอบในแอดมิชชั่นก็ควรเป็นองค์ประกอบเดียวกัน นายวิจิตร กล่าว
หน้า 24
ข้อมูลจาก ข่าวสด
