เข้าสู่ระบบ
Username ::
Password ::
ลืมรหัสผ่าน สมัครสมาชิก
ข่าว บันเทิง
ข่าว สังคม
ข่าว การเมือง
ข่าว อาชญากรรม
ข่าว เศรษฐกิจ
ข่าว อสังหาริมทรัพย์
ข่าว การศึกษา
ข่าว เทคโนโลยี
ข่าว ท่องเที่ยว
ข่าว กีฬา
ข่าว ไลฟ์สไตล์
ข่าว ต่างประเทศ




จากอนุบาล ถึง มหาวิทยาลัย เด็กไทย หนักใจ ตลอด!!


โดย สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ในช่วงเวลาปิดเทอมนี้ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการมองหาที่เรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อของเด็กในหลายช่วงวัยตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงขั้นอุดมศึกษาและในยุคแห่งการแข่งขันเช่นนี้จึงมีทั้งผู้ที่ สมหวัง และ ผิดหวัง คละเคล้ากันไป

ที่ไม่ใช่เพียงแค่เด็กๆ ที่ร้อนใจเรื่องที่เรียน บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายก็กลุ้มอกกลุ้มใจไม่แพ้กันที่ไม่ใช่เพียงแค่การจัดหาตระเตรียมค่าเล่าเรียนเท่านั้น หากยังต้องกลุ้มต่อไปอีกว่าจะเอาเงินที่เตรียมไว้ไปจ่ายที่ไหน

โดยเฉพาะในยุคสมัยที่สังคมไทยมีค่านิยมที่ยึดติดกับสถานศึกษามีชื่อ ใครที่มีโอกาสได้เข้าไปที่นอกจากจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับตนเองแล้ว ยังสร้างความปลาบปลื้มปีติยินดีให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองได้พลอยได้เชิดหน้าชูตาไปด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นภาพตั้งแต่เจ้าตัวน้อยในชั้นอนุบาล หนูๆ ในวัยประถม มัธยม และเติบโตขึ้นมาอีกหน่อย ในระดับอุดมศึกษาที่ต่างแข่งขันช่วงชิงกันเข้าโรงเรียน และมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ที่มาที่ไปของการที่สถานศึกษาหนึ่งๆ จะมีชื่อเสียงขึ้นมาได้นั้น นอกจากความเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนาน ยังเกิดจากเหล่าบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ปัจจุบันกลายเป็นศิษย์เก่าเติบใหญ่ขึ้นกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีหน้าที่การงานดี อยู่ในองค์กรที่ได้รับผลตอบแทนสูง

และที่สำคัญหากเป็นผู้มีบทบาทสำคัญระดับประเทศด้วยแล้วนั้น ยิ่งเสริมส่งให้สถานศึกษานั้นๆ กลายเป็นที่สนใจ และเป็นเป้าหมายของเด็กๆ รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งสิ้น

นอกจากนี้สถิติการเข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาในระดับสูงขึ้นไป เช่น การเข้าเรียนต่อในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐ หรือการเข้าศึกษาต่อในคณะยอดนิยมก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่เรียนอีกด้วย

เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นและความต้องการของผู้ปกครองในช่วงที่กำลังมองหาที่เรียนกันอยู่ขณะนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตได้ทำการสำรวจทรรศนะของผู้ปกครองที่มีบุตรหลานกำลังเข้าเรียนในระดับอนุบาลทั้งในเขตกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัดที่เป็นตัวแทนภาคจำนวน 1,311 คน ในระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-2 เมษายน 2550 ถึง อนุบาลในฝันจากทรรศนะของผู้ปกครอง

ซึ่งจากการสำรวจพบว่าโรงเรียน อนุบาลในฝัน ที่อยากให้บุตรหลานเข้าเรียนนั้นมีลักษณะต่างๆ ดังนี้ ในด้านอาคารสถานที่ อยากให้มีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย 28.26% มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ดี 23.15% มีสถานที่กว้างขวางสะดวกสบาย 15.86% มีสภาพแวดล้อมที่ดีทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน 13.55% และเป็นสถานที่ได้รับมาตรฐาน มีอาคารเรียนที่ทันสมัย แข็งแรง ปลอดภัย 10.36% ฯลฯ

ด้านครูอาจารย์พบว่า ต้องการครูที่รักและเอาใจใส่ต่อเด็ก 36.21% มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการสอน 21.38% ใจดี มีเมตตา ยิ้มแย้มแจ่มใส 15.69% สามารถควบคุมอารมณ์ และเข้าใจเด็กได้เป็นอย่างดี 11.21% มีจิตวิทยาในการดูแลเด็ก 9.31% และมีจรรยาบรรณความเป็นครู 6.21% ฯลฯ

ทางด้านการเรียนการสอนนั้น มีการสอนที่สนุก ไม่เข้มงวดจนเกินไป 19.83% สอนโดยการเน้นด้านภาษา 19.41% มีกิจกรรมที่ทำให้เด็กสนุกกับการเรียน 16.03% เน้นการดูแลเอาใจใส่ 15.61% เน้นพัฒนาการด้านอีคิว และไอคิวไปพร้อมๆ กัน 14.77% และมีสื่อ และอุปกรณ์ที่หลากหลายในการเสริมทักษะ และพัฒนาการเด็ก 14.35% ฯลฯ

ส่วนในด้านการอบรมเลี้ยงดูได้แก่ ดูแลเอาใจใส่เด็กเป็นอย่างดีเสมือนลูกของตนเอง 48.35% อบรมให้เด็กเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม 17.47% ใจดี มีเมตตา มีความจริงใจเลี้ยงดูเด็กอย่างเป็นกันเอง 9.62% สอนมารยาทไทย การมีสัมมาคารวะ รู้จักกาละเทศะ 9.11%

สอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 8.61% ฯลฯ

จากผลการสำรวจเป็นทรรศนะจากผู้ปกครองที่คาดหวังให้บุตรหลานของตนได้เล่าเรียนโดยมุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของสถานศึกษาในระดับชั้นอนุบาล แต่การที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมต่อพัฒนาการ และการเจริญเติบโตของเด็ก นอกจากสถานศึกษาแล้วยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่ายโดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการศึกษาของชาติที่จะสามารถผลักดันมาตรฐานทางการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียม

ซึ่งจะเห็นได้จากนโยบายการศึกษาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มาโดยเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ที่มีท่านวิจิตร ศรีสอ้าน เป็นเจ้ากระทรวงก็ได้สานต่อ การปฏิรูปการศึกษา โดยชูนโยบายหลัก 6 ข้อ 7 ยุทธศาสตร์ และ 28 มาตรการ ที่คาดหวังว่าจะสามารถผลักดันให้การดำเนินงานด้านการศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ แต่จากเงื่อนเวลาที่มีอยู่จำกัดก็คงต้องติดตามต่อไปว่าจะสามารถดำเนินการเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ตั้งหน้าตั้งตารอดูผลการดำเนินงานอยู่นั้น ในวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นวันที่เด็กชั้น ป.6 ต้องจับฉลากเข้าเรียนชั้น ม.1 ซึ่งหลังจากการจับฉลาก พบว่าพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2 มีเด็กที่จับฉลากไม่ได้ถึง 11,000 คน จากที่กำหนดว่ารับห้องละ 40 คน และถ้าขยายไปเป็น 50 คนต่อห้องเรียน ก็ยังมีเด็กที่ไม่มีห้องเรียนถึงกว่า 6,000 คน

จากกรณีดังกล่าวอาจแก้ไขโดยรับนักเรียนเพิ่มอีกในแต่ละโรงเรียน โดยการเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง หรือเพิ่มจำนวนห้องเรียน ซึ่งก็ได้รับการยืนยันเป็นมั่นเหมาะจากท่านเลขาธิการ กพฐ.ว่าเด็กทุกคนจะมีที่เรียน และอยากให้ผู้ปกครองยอมรับในศักยภาพของโรงเรียนที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจัดไว้ให้ เพราะปัจจุบันโรงเรียนมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน

จากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นมิใช่เกิดขึ้นกับโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาเท่านั้นหากแต่ก็มีโรงเรียนอนุบาลจำนวนไม่น้อยที่แจ้งเข้ามายัง สพฐ.เพื่อขอขยายเพิ่มห้องเรียน

และไม่ว่าจะแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง หรือเพิ่มจำนวนห้องเรียนก็ตาม ก็คงยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จแน่นอน เนื่องจากยังมีปมปัญหาตามมาอีก เช่น การขาดครูผู้สอน ที่ปัจจุบันครูผู้สอน 1 คนต่อนักเรียนในอัตราเท่าเดิมก็เป็นภาระอันหนักอึ้งอยู่แล้วนั้น หากต้องเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้อง หรือเพิ่มจำนวนห้องเรียนขึ้นมาอีก คงต้องขบคิดกันต่อไปว่าจะจัดการห้องเรียนกันอย่างไร และเชื่อว่าไม่นานก็คงมีเสียงเรียกร้องทวงถามถึงคุณภาพการเรียนการสอนจากพ่อแม่ผู้ปกครองขึ้นมาอีก

หากหันมาดูนักเรียนที่จบ ม.6 จะเข้ามหาวิทยาลัย ความลงตัวในกรณีนี้ก็ดูจะยาวมากขึ้นหลายร้อยเท่า แค่เกณฑ์ที่จะใช้โอเน็ต เอเน็ต ต้องกลับมาเสริมข้อสอบวัดความถนัด (Aptitude Test) และเปลี่ยนจาก GPA มาเป็น GPAX ไม่ได้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แค่ผู้ปกครองเท่านั้น แม้แต่ครูบาอาจารย์นักวิชาการในแวดวงการศึกษาก็ยังพลอยมึนตึ้บไปด้วย

จากที่กล่าวมาสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกระดับการศึกษาของบ้านเรา

ที่นอกจากจะรอความหวังจากรัฐบาลในการเยียวยาแก้ไขให้ทุกๆ โรงเรียนมีความพร้อมทัดเทียมกันแล้วนั้น

ในขณะเดียวกันพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยน เพื่อลบล้างค่านิยมเก่าๆ ที่รังแต่จะสร้างความกดดันให้กับบุตรหลาน

เพราะไม่อยากเห็นภาพที่เด็กๆ น้ำตานองหน้า เนื่องจากพลาดหวังจากโรงเรียนที่หมายมั่นอีกต่อไป

หน้า 5





ข้อมูลจาก มติชน



MuMuu.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@mumuu.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob