คอลัมน์ กระแสทรรศน์ สพฐ.โดย ทรงวุฒิ มลิวัลย์
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนสุดขีด พระสงฆ์องค์เจ้าต้องออกมาเคลื่อนไหว อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่ใช่สิ่งปกติเป็นแน่ น่าจะมีสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ขอเตือนให้พี่น้องพึงสำเหนียกไว้บ้างก็ดีกับความผิดปกติของธรรมชาติ และมวลหมู่มนุษย์ด้วยกัน
ขออภัยที่แฉลบออกนอกเรื่องจากที่ตั้งใจจะเขียนไปนิดเพราะเหมือนมีสัญชาตญาณแห่งการระแวงภัยมาคอยกระตุ้นเตือน เจ้าประคุ้ณณณ ขออย่าให้มีอะไรที่ไม่ดีไม่งามไม่เป็นมงคล เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราเลย
ช่วงนี้ท่านที่ติดตามข่าวคราวการศึกษาคงได้รับรู้ถึงผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียนของ สพฐ. (NT) ซึ่งได้ทดสอบพร้อมกันทั่วประเทศในระดับชั้น ป.6 และ ม.3 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งผลออกมาต่ำทุกวิชาแต่ไม่มากเมื่อเทียบกับปี 2546 และ 2547 ยกเว้นวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งสูงกว่าปี 2546,2547 ทั้งชั้น ป.6 และ ม.3
พวก กระต่ายตื่นตูมก็จะสบถ ว่าแย่แล้วๆ ยิ่งปฏิรูปทำไมมันจึงแย่ลง คนที่มีสติหน่อยก็จะตั้งคำถามว่า เอ่! มันเป็นเพราะอะไรนะ พวกขาดสติก็จะตีโพยตีพายโทษโน่นโทษนี่ สพฐ. ไม่ดีบ้าง ครูไม่ดีบ้าง ต้องปฏิรูปและปฏิวัติการศึกษากันอีกรอบเป็นแน่ไม่งั้นประเทศไทยไปไม่รอด
แต่แน่นอนไม่มีใครนิ่งเฉยกับผลสอบครั้งนี้แน่ สุดแต่ว่าใครจะคิดอย่างไร แต่ที่นับถือคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ท่านนิ่งมาก จากการที่ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว เพราะผลการประเมินของ สมศ.และสทศ. (โอเน็ต) แสดงให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาไม่ได้ดีขึ้น ทั้งนี้ที่คะแนนเอ็นที (NT) มีแนวโน้มลดลงน่าจะมีหลายสาเหตุและหลายตัวแปร ซึ่งน่าห่วง แต่การเข้าไปพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นทันตาเห็นคงไม่ได้.. นี่คือความคิดเห็นของผู้รู้ทางการศึกษาที่แท้จริง เอ่! หากรัฐมนตรีที่มาจากนักการเมืองไม่ค่อยประสาเรื่องการศึกษา จะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่าอย่างไรน๊า
หากคิดตามประสาผู้เขียนซึ่งชอบมองเหรียญ 2 ด้านเสมอ เมื่อมีเวลาว่างดูตามสันขอบของเหรียญอีกต่างหากก็อยากจะเอะใจว่า เป็นไปได้ไหมที่ผลการทดสอบปี 2547 ต่ำกว่าปี2546 และปี 2549 ต่ำกว่าทั้ง 2 ปี น่าจะมีเหตุมาจากสิ่งเหล่านี้ คือ
1.การขาดแคลนอัตรากำลังครูปี 2547 ที่มากกว่าปี 2546 และปี 2549 ขาดแคลนมากกว่าทั้งปี 2546 และ 2547
2.ครูทิ้งห้องเรียนหันไปทำผลงานอาจารย์ 3 เพื่อเพิ่มวิทยฐานะให้กับตนเอง
3.ครูวิตกกังวลกับมาตรการถ่ายโอนการศึกษาไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4.การปรับโครงสร้างตามกฎหมายปฏิรูปการศึกษา
5.ครูไม่สนใจทำการสอน
6.คุณภาพและความรับผิดชอบของเด็กลดลงจากอดีต
เอาเบาะๆ แค่นี้ก็อ่วมแล้ว ข้อที่เห็นว่าไม่น่าใช่ปัญหาใหญ่คือ ข้อ 4 เพราะในยุคปัจจุบันมีการควบคุม กำกับ และติดตามอย่างใกล้ชิด จากระดับนโยบายเบื้องบน
แล้วปัญหาอีก 5 ข้อ ใครเป็นคนสร้างแล้วใครจะเป็นคนแก้เพราะลำพัง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แก้เองคงไม่ได้แน่ พ่อแม่ช่วยดูแลลูกอย่างใกล้ชิดไม่ปล่อยปละละเลยทิ้งลูกให้เป็นภาระของครูได้ไหม ทำอย่างไรอัตราครูจึงไม่ขาดแคลน ใครจะแก้ครูทิ้งห้องเรียนไปทำผลงาน โครงสร้างเขตพื้นที่เสร็จหรือยัง 3-4 ปี แล้ว
ขอท่านที่เกี่ยวข้องช่วยพวกผม พวกหนูด้วย อย่าเอาแต่สร้างหลักเกณฑ์ข้อบังคับมากมายมารังแก และลงโทษพวกเราที่เป็นนักเรียนมากกว่านี้อีกเลย
หน้า 7
ข้อมูลจาก มติชน
