เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ศ.ดร.สุรินทร์ พงศ์ศุภสมิทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ สสวท. และคณะอนุกรรมการอำนวยการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ได้คัดเลือกผู้แทนประเทศไทยไปร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับทวีปเอเซีย ประจำปี 2550 จำนวน 8 คน ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 21-29 เม.ย. 2550 โดยมี 23 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันนั้น ขณะนี้การแข่งขันได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถทำได้ 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และ 2 เกียรติคุณประกาศศ.ดร.สุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ที่ได้เหรียญเงิน ได้แก่ นายประพฤทธิ์พงศ์ อธิวรัตถ์กูล จากรร.บุรีรัมย์พิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ส่วนเหรียญทองแดง ได้แก่ นายกษิดิศ โตประเสริฐพงศ์ จาก รร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(ฝ่ายมัธยม) นายชานน อริยประกาย รร.เตรียมอุดมศึกษา และนายพลณพ สมุทรประภูติ รร.เตรียมอุดมศึกษา สำหรับผู้ที่ได้รับเกียรติคุณประกาศ ได้แก่ นายวรวิทย์ วรพิพัฒน์ จากรร.มหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม และนายณภัทร ภู่วุฒิกุล รร.เตรียมอุดมศึกษา ส่วนผู้แทนประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันอีก 2 คนคือนายคามิน ศิริวัฒน์เวชกุล จาก รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ และนางสาวรพิศา นันทนีย์ จาก รร.เตรียมอุดมศึกษา ไม่ได้รับรางวัล
ผอ.สสวท.กล่าวอีกว่า ผลงานของเด็กไทยในครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นความน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะปกติข้อสอบที่ใช้แข่งขันในเวทีฟิสิกส์โอลิมปิกระดับเอเชียจะยากกว่าฟิสิกส์โอลิมปิกระดับนานาชาติเป็นอย่างมาก โดยจะเป็นข้อสอบที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์หลายชั้น และเนื้อหาสูงกว่าหลักสูตรระดับมัธยมปลายทั่วไป ดังนั้นคนที่จะทำข้อสอบได้จึงต้องเป็นเด็กที่สนใจค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง หากเรียนแค่ในหลักสูตรทั่วไปจะไม่สามารถทำข้อสอบฟิสิกส์โอลิมปิกระดับเอเชียได้เลย อีกทั้งเกณฑ์การตัดสินในการได้รับรางวัลก็ใช้มาตรฐานสูงกว่าเวทีระดับนานาชาติอีกด้วย และที่สำคัญประเทศจีนเป็นสุดยอดของโลกในการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิก โดยเด็กจีนที่เข้าแข่งขันจะทำคะแนนได้เกือบเต็ม 100 % ทุกครั้ง ดังนั้นเมื่อปีนี้ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจึงมีการคัดเลือกข้อสอบฟิสิกส์ที่ยากที่สุดในโลก 3 ข้อ โดยแต่ละข้อยังมีข้อย่อยอีก 2 ข้อ ซึ่งตนก็ได้ไปดูกระบวนการคัดเลือกข้อสอบและยอมรับว่าเป็นข้อสอบที่ยากมาก ถึงขนาดที่อาจารย์ผู้ควบคุมทีมจากหลายประเทศถึงกับเอ่ยปากว่ายากมาก และอยากให้ตัดบางข้อออกไปด้วย ดังนั้นการได้รางวัลจากเวทีนี้ต้องถือว่าไม่ธรรมดา
ผมต้องยกเครดิตความดีให้อาจารย์ผู้สอนในโรงเรียนที่ทุ่มเทถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เด็กอย่างเต็มที่ เพราะถึงแม้เด็กแต่ละคนจะต้องผ่านการอบรมเข้มกับ สสวท.ก่อนไปแข่งขัน แต่ถ้าพื้นฐานเดิมไม่แน่นก็คงไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ ผอ.สสวท.กล่าว และว่า ทั้งนี้คณะนักเรียนไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน 2550 เวลา 21.00 น. ด้วยเที่ยวบิน TG 665 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
