สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม” เป็นคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2551 ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ไว้ล่วงหน้าก่อนถึงวันเด็กค่อนข้างนาน ส่วนนี้อาจเป็นนัยเพื่อสะกิดเตือนใจไปถึงประชาชนโดยเฉพาะนักการเมืองทั้งหลายได้นำไปคิดเพื่อให้ความสามัคคีในบ้านเมืองเกิดขึ้นเมื่อพูดถึงการเมืองแม้จะรู้ผลการเลือกตั้งกันไปแล้ว แต่ความวุ่นวายที่จะสร้างความสับสนให้กับประชาชนที่รอคอยการแก้ปัญหาประเทศตามนโยบายที่หาเสียงกันไว้ก็คงจะไม่ยุติลงง่าย ๆ จึงขอพูดเรื่องเด็กซึ่งจะเป็นความหวังของชาติในอนาคตน่าจะสบายใจกว่า โดยเฉพาะความสามารถของเด็กและเยาวชนที่พูดถึงเมื่อไรก็เกิดพลังใจขึ้นเมื่อนั้น เพราะอย่างน้อยก็พออุ่นใจว่าอนาคตของประเทศชาติคงจะก้าวเดินได้ต่อไปคงไม่เลวร้ายอย่างที่หลายคนกังวล เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันใส่ใจให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กอย่างเต็มศักยภาพที่เขามีอยู่ ไม่ใช่พูดถึงเด็กกันแค่ “วันเด็กแห่งชาติ” วันเดียวแล้วก็จบกันเท่านั้น แต่ต้องทำกันอย่างเข้มข้นต่อเนื่องทุกวัน
การที่ต้องนำเรื่องเด็กมาพูดคุยกันก่อนวันเด็กหลายวัน ก็เพื่อต้องการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังเพื่อให้เตรียมการจัดกิจกรรมวันเด็กเกิดขึ้นอย่างมีคุณค่าทางจิตใจเด็กได้อย่างแท้จริง เมื่อพูดถึงการเตรียมการจัดกิจกรรมวันเด็กในปีนี้แล้วก็เห็นทาง สพฐ. ได้เริ่มเตรียมงานไปกันแล้ว อย่างขะมักเขม้น โดยจะได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม
กิจกรรมแรก จะได้นำเด็กและเยาวชน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี พร้อมรับโล่รางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับการกระทำที่ได้สร้างความดีให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติ กิจกรรมที่สองเป็นกิจกรรมประชุม สภาเยาวชน ในการระดมความเห็นถึงแนวทางพัฒนาประเทศในความคิดของเยาวชน เพื่อนำเสนอให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาต่อไป
ในเบื้องต้นนี้คงขอนำเพียงกิจกรรมที่ 1 เท่านั้นมาเสนอให้ทราบกันเพราะเห็นว่าเด็กและเยาวชนที่จะมาเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพสูงสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้อย่างใหญ่หลวง ซึ่งเด็กและเยาวชนที่ว่านี้จริง ๆ แล้วมีอยู่จำนวนมากมาย แต่ด้วยข้อจำกัดและความเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมทาง สพฐ.จึงทำการคัดเลือกหาตัวแทน 377 คนเท่านั้น
น.ส.รัชดาพร ชะนะญาติ นักเรียนชั้น ม.5 รร.จักรคำคณาทร จ.ลำพูน เป็นตัวแทนนักเรียน ที่มีผลงานดีเด่นด้านคุณธรรมและจริยธรรม ด้วยเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตนเองทั้งด้านการเรียนรู้ ด้วยผลการเรียน ป.1 ถึง ม.3 ได้เกรด 4.00 ทุกภาคเรียน ช่วยครอบครัวด้วยการเย็บถุงมือขายโรงงาน ออกไปขายผักตั้งแต่ตี 2 ถึง 7 โมงเช้า ปิดภาคเรียนจะออกไปรับจ้างคัดแยกผลลำไย นอกจากนั้นยังต้องคอยดูแลย่าที่ป่วยเป็นอัมพาตอีกด้วย แม้ต้องทำงานหนักแต่ น.ส.รัชดาพร ก็ได้ใช้เวลาว่างที่พอมีอยู่ช่วยเหลือสังคมทั้งการเป็นผู้นำรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกาย เป็นนักจัดรายการวิทยุรณรงค์ให้ประชาชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นคณะทำงานของนักวิจัยของ สกว.เข้าร่วมประชุม “World Water Forum” ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งจากการปฏิบัติตนที่ดี จึงทำให้ได้รับรางวัลแห่งความดีงามมากมาย
น.ส.รัชดาพร บอกว่าอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม เพราะเด็กและเยาวชนปัจจุบันตกเป็นทาสวัตถุ เทคโนโลยี ไม่เห็นความสำคัญในวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ขาดความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และอยากให้ผู้ที่มีอิทธิพลต่อเด็กทั้งหลายได้เป็นแบบอย่างในทางที่ดี อยากเห็นสื่อเลิกนำเสนอภาพความรุนแรง ข่าวที่ล่อแหลมเสื่อมเสีย เพราะทำให้เด็กนำไปเป็นแบบอย่างทางที่ไม่ดีเกิดขึ้นตามมาได้
ด.ช.ศุภชัย กล่ำพารา อายุ 11 ขวบ นักเรียน ชั้น ป.5 รร.อนุบาลนครสวรรค์ เป็นตัวแทนนักเรียนที่มีความสามารถด้านศิลปะ บอกว่าอยากให้นายกรัฐมนตรี ช่วยจัดการศึกษาที่มีรูปแบบหลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามความถนัดและความสนใจ เพื่อเป็นการส่งเสริมเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้ได้รับการพัฒนาสูงสุดจริง ๆ เพราะโรงเรียนทุกวันนี้จัดเหมือนกันต้องเรียนวิชาต่าง ๆ มากมาย ทำให้ไม่มีเวลาได้ทำกิจกรรมด้านที่ถนัด ยิ่งถ้าจัดเป็นโรงเรียนพิเศษเฉพาะด้านให้เกิดขึ้นทุกจังหวัดได้ก็จะดีที่สุด
นายปัญญาวีร์ สนทนา อายุ 15 ปี นักเรียน รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย นักว่ายน้ำทีมชาติ บอกว่า อยากให้รัฐบาลสนับสนุนกีฬาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปูพื้นฐานด้านกีฬาให้เด็กตั้งแต่ต้นอย่างถูกหลัก ด้วยการสนับสนุนปัจจัยต่าง ๆ ให้พอเพียง เพราะปัจจุบันกว่าสมาคมกีฬาจะเข้ามาดูแลก็ต่อเมื่อเป็นนักกีฬาทีมชาติแล้ว แต่ในช่วงเริ่มต้นจะต้องดูแลตัวเอง หากครอบครัวไม่มีความพร้อม เด็กก็จะพลาดโอกาสและโรงเรียนกีฬาที่ปัจจุบันมีอยู่ค่อนข้างน้อย ทำให้การต่อยอดทักษะด้านกีฬาให้กับเด็กเกิดขึ้นได้ไม่มาก
นายเจนวิทย์ วงศ์บุญสิน อายุ 17 ปี รร.เตรียมอุดมศึกษา เจ้าของเหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิกปี 2550 และทำคะแนนได้เป็นอันดับ 1 ของโลก บอกว่า หากมีโอกาสได้เสนอนายกรัฐมนตรีอยากจะขอให้รัฐบาลทั้งชุดนี้และชุดใหม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยนำเรื่องการศึกษาจัดเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาส่งเสริมด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพราะหากดำเนินการอยู่อย่างปัจจุบันปัญหาเดิม ๆ ก็คงไม่หมดไป ส่วนการส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์อยากให้มีการสนับสนุนให้มีครูวิทยาศาสตร์ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์โดยตรงมากขึ้น ที่สำคัญควรเพิ่มเงินเดือนครูให้สูง ๆ ด้วย มิฉะนั้นคนเก่งก็จะหนีไปทำอาชีพอื่นกันหมดและอีกอย่างคือ การ “เอนทรานซ์” ที่เน้นวัดผลว่าทำเป็นทำได้ แต่การเรียนรู้ในห้องเรียนยังสอนทั้งเนื้อหา ทฤษฎีและกระบวนการทำให้เด็กไม่ค่อยสนใจ และมักจะไปเรียนพิเศษข้างนอก ทำให้องค์ความรู้รอบด้านที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นได้น้อยจึงควรปรับการวัดผลให้ตรงกัน
นางสาวซูรียา ยูโซะ อายุ 17 ปี รร. จงรักสัตย์วิทยา จ.ปัตตานี ตัวแทนสภานักเรียนแห่งชาติ บอกว่า อยากฝากให้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดความสงบสุขโดยเร็ว เพราะปัญหาความรุนแรงส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนและเด็กทุกด้าน ส่วนด้านการศึกษา ก็อยากให้มีการสนับสนุนความพร้อมทุกด้านให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งสถานศึกษาที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัย การให้โอกาสกับโควตาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนด้านทุนการศึกษาให้กับเด็กอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องจนจบปริญญาตรี เพราะเด็กในพื้นที่เกือบจะทั้งหมด ยากจนทั้งสิ้น
จากผลงานของเด็กและเยาวชนที่นำมาเสนอแค่บางส่วนนี้ก็คงพอเป็นเครื่องชี้วัดได้ว่า เด็กยุคปัจจุบันก็มีคุณภาพอยู่มากมายในทุกด้าน เพียงแต่ว่าการต่อยอดที่จะให้ความสามารถที่เด็กมีอยู่ได้พัฒนาไปสู่จุดสูงสุดก็จะทำให้ประเทศชาติมี บุคลากรที่มีคุณภาพเกิดขึ้นอีกมากมาย จึงอยากให้ทุกฝ่ายได้หันมาใส่ใจให้ความสำคัญกับเด็ก ๆ ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติที่ยังสามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศได้ดีกว่าจะไปสนใจกับผู้ใหญ่บางคนที่ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน ไม่เป็นโล้เป็นพาย นำแต่ความแตกแยกวุ่นวายมาสู่ประเทศชาติไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะยิ่งไปสนใจก็ยิ่งเหมือนจะไปช่วยกันเข็นประเทศชาติสู่ความล่มจม สู้มาช่วยกันเข็นเด็กและเยาวชนให้ได้รับการพัฒนา ซึ่งเขาเหล่านี้มีแต่จะสร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศและนำความสุขมาให้คนไทยได้อย่างแท้จริง.
กลิ่น สระทองเนียม
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
