โดย ขติยา มหาสินธ์ oui1@hotmail.comสภาพบรรยากาศเมืองฮอยอัน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การวิจัยเชิงคุณภาพเปิดประตูการค้าบนเส้นทางแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว-เวียดนาม โดยนำคณาจารย์คณะบริหารธุรกิจไปศึกษาและเก็บข้อมูลตามแนวตะเข็บชายแดนของสามประเทศ ไล่ตั้งแต่ จ.มุกดาหาร ประเทศไทย แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ไปจนจรดเมืองเว้ ดานัง และฮอยอัน ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 7-13 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการศึกษาสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิตภายใต้กรอบความร่วมมือตามอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อันนำมาสู่การค้าระหว่างประเทศ การเพิ่มปัจจัยการผลิต เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ตลอดจนความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประเทศ จึงหวังว่าโครงการดังกล่าวจะกระตุ้นให้คณาจารย์มีการทำวิจัยมากขึ้นและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพงานวิจัยอีกด้วย
คณาจารย์ มทร.ธัญบุรี เริ่มศึกษาและเก็บข้อมูลที่ จ.มุกดาหาร โดยมีนายกิติรัตน์ กุลตังวัฒนา เลขาธิการหอการค้า จ.มุกดาหาร นางนภา จันปุ่ม ผู้ช่วยพาณิชย์ จ.มุกดาหาร และนายทรงวุฒิ โยวบุตร รองผู้อำนวยการโรงเรียนมุกดาหาร จ.มุกดาหาร มาบรรยายให้ข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทย-สปป.ลาว ซึ่งโดยสรุปพบว่าในเชิงพาณิชย์ได้รับประโยชน์จากการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 เนื่องจากมูลค่าส่งออกเดือนมกราคม-สิงหาคม 2550 มีจำนวน 11,440 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5,000 ล้านบาท ยิ่งกว่านั้น การขนส่งและการเดินทางที่สะดวกขึ้น ทำให้ สปป.ลาวเดินทางมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในแง่การท่องเที่ยว ยังเป็นที่น่ากังขาว่าชาว จ.มุกดาหาร ได้รับประโยชน์จากการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 นี้แค่ไหน เนื่องจากผู้คนใช้เป็นทางผ่านเพื่อข้ามไปเที่ยวประเทศเวียดนามกันมากกว่าที่จะหยุดแวะเที่ยว จ.มุกดาหาร เนื่องจากเวียดนามมีหลายเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเว้ และฮอยอัน ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
วัดเทพธิดาราม เวียดนาม
สะพานญี่ปุ่น ภายในย่านเมืองเก่าฮอยอัน
คณาจารย์ได้เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อศึกษาและเก็บข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทย-ลาวที่อยู่บริเวณแขวงสะหวันนะเขต โดยได้ฟังการบรรยายของนายวิรพัน ราชพล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารสาตร์สหวรรณ์ (ภาษาลาว) แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งโดยสรุปนายวิรพันมีความเห็นคล้ายกับเลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหารที่เห็นว่าประชาชนในสะหวันนะเขตยังไม่ได้รับประโยชน์จากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 มากนักเนื่องจากนักท่องเที่ยวมักใช้เป็นทางผ่านข้ามไปเที่ยวประเทศเวียดนามมากกว่าจะหยุดแวะเที่ยวที่สะหวันนะเขต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาล สปป.ลาว มีนโยบายที่จะทำให้สะหวันนะเขตเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ Seno (South Ease North และ Ouet) แปลว่าทิศตะวันตกในภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากทำเลในการขนส่งสินค้าดีเพราะเป็นเมืองที่ตัดผ่านระหว่างทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันออก และเพราะความสะดวกดังกล่าวนั่นเอง ในอดีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสจึงใช้สะหวันนะเขตเป็นศูนย์บัญชาการฐานทัพ
ภายในแขวงสะหวันนะเขต คณาจารย์ได้เยี่ยมชมพระธาตุอิงฮัง เป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนมของประเทศไทย ตลอดจนได้ศึกษาและเก็บข้อมูลทางเศรษฐกิจ ณ ตลาดสิงคโปร์ แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งเป็นตลาดที่รัฐบาลสิงคโปร์สร้างให้ โดยภายในตลาดคล้ายกับตลาดตันหยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ของไทยเรา มีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนมีร้านทองและร้านเงิน จากนั้นคณาจารย์ได้ข้ามด่านลาวบาว สปป.ลาว ไปยังเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เส้นทางก่อนจะไปถึงเมืองดานังต้องผ่านอุโมงค์ไฮหวัน อันแปลว่าช่องเขาแห่งเมฆหมอก ความพิเศษของอุโมงค์แห่งนี้คือ รัฐบาลเกาหลีใต้สร้างให้ โดยเจาะทะลุภูเขาไฮหวัน ใช้เวลาสร้างถึง 5 ปี อุโมงค์ยาวถึง 6,200 เมตร ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย
ตลาดหาน เมืองดานัง เวียดนาม
หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน เมืองดานัง เวียดนาม
เมืองดานัง เป็นเมืองท่า และมีความน่าสนใจตรงที่ไม่มีขอทานเช่นเดียวกับเมืองฮอยอัน ยิ่งกว่านั้นหากใครพบเห็นและแจ้งทางราชการจะได้รับเงินรางวัล 2 แสนดองหรือประมาณ 430 บาท การที่ทางราชการพยายามขจัดปัญหาคนขอทาน เพราะต้องการให้เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปราศจากขอทานอย่างแท้จริง
เมืองดานังมีสถานที่น่าท่องเที่ยวหลายแห่ง อาทิ พิพิธภัณฑ์จาม ที่เป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมชนชาติจามซึ่งเจริญรุ่งเรืองก่อนอาณาจักรใดๆ ในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังมีตลาดหาน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหาน เป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค จัดเป็นตลาดขนาดใหญ่และสะอาดกว่าตลาดสิงคโปร์ของ สปป.ลาว สถานที่อีกแห่งที่น่าสนใจ คือ หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน ซึ่งทั้งหมู่บ้านประกอบอาชีพแกะสลักหินอ่อนเป็นหลัก และส่งออกจำหน่ายต่างประเทศด้วย ถือเป็นสินค้าที่เลื่องชื่อที่สุดของเมืองดานังก็ว่าได้
จากนั้นคณาจารย์ได้เดินทางต่อไปยังย่านเมืองเก่าฮอยอัน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทูโบน ฮอยอันได้รับการจดทะเบียนจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพราะบ้านเมืองมีความงดงามและความเก่าแก่ ฮอยอันเป็นชุมชนเล็กสามารถเดินชมได้ทั่วภายในวันเดียว เนื่องจากภายในเมืองมีถนนสายหลักไม่กี่เส้น และทุกเส้นก็เชื่อมต่อกันหมด สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทางประวัติศาสตร์ของฮอยอัน คือ ศาลเจ้าจั่วฟุกเกี๋ยน สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2435 ใช้เป็นสถานที่นัดพบของชุมชนชาวจีนจากฟุกเกี๋ยน นอกจากนี้ยังมีสะพานญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองฮอยอัน ก่อสร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว ที่สำคัญยังมีบ้านโบราณบนถนนเหวียนไทฮ็อก เป็นบ้านโบราณเลขที่ 101 ของชาวจีนในตระกูล Tan ky สร้างขึ้นเมื่อ 75 ปีที่แล้วและอยู่กันมา 5 ชั่วอายุคน นอกจากนี้ภายในย่านฮอยอัน ยังพบหัตถกรรมตลอดสองฟากถนนอีกด้วย ความมีมนต์เสน่ห์ให้บรรยากาศแบบเมืองจีน ผสมกับบ้านโบราณสไตล์โคโลเนียน ทำให้ฮอยอันถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครดังของไทยเรื่อง ฮอยอันฉันรักเธอ เมื่อหลายปีก่อน
เมืองเว้ เป็นเมืองสุดท้ายที่คณาจารย์ได้เยี่ยมชมและเก็บข้อมูล เว้เป็นเมืองหลวงเก่าของเวียดนาม มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ อาทิ สุสานไคดินห์ ซึ่งเป็นสุสานของจักรพรรดิองค์ที่ 12 ใช้ศิลปะตะวันตกและตะวันออกผสมผสานเข้าด้วยกัน ถือเป็นสุสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นสุสานแห่งสุดท้ายของจักรพรรดิเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีวัดเทียนมู หรือวัดเทพธิดาราม พระราชวังเก่าหรือพระราชวังพระจักรพรรดิ และอุโมงค์หวิงห์ม็อก ใช้เป็นสถานที่หลบภัยจากการทิ้งระเบิดในสมัยสงครามเวียดนาม
ทั้งนี้ การเดินทางเพื่อเก็บข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิตตามแนวตะเข็บชายแดนเสร็จสิ้นลงแล้ว จากนี้คณาจารย์ มทร.ธัญบุรี จะผลิตงานวิจัยออกมาสู่สายตาสังคม สมดังวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว
หน้า 27
ข้อมูลจาก มติชน
