นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการทำเรื่องจดทะเบียนบริษัทใหม่ เพื่อบริหารกิจการปั๊มน้ำมันเจ็ท และค้าปลีกของ บริษัท โคโนโค ฟิลลิปส์ ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท ปตท.รีเทล เมเนทเมนท์ จำจัด หรือ ปตท.อาร์เอ็ม อยู่ภายใต้ธุรกิจน้ำมันของเครือ ปตท. คาดว่าจะสรุปได้ภายใน 2 เดือนนี้ ก่อนที่จะมีการจ่ายเงินให้กับโคโนโค่ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้นายชัยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจเบื้องต้น ปตท.มีแนวคิดจะนำซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กมาอยู่ในปั๊มน้ำมันของเจ็ท เหมือนกับที่เอสโซ่มีโลตัส และเชลล์มีบิ๊กซี เป็นต้น เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าของธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน หรือ นันออย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับซุปเปอร์มาร์เก็ต 2-3 ราย คาดว่าคงได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ และเปิดดำเนินการได้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ปตท.ก็จะนำซุปเปอร์มาร์เก็ตมาไว้ในปั๊มขนาดใหญ่ของ ปตท.ด้วย สำหรับร้านค้าสะดวกซื้อนั้น หลังจากหมดสัญญากับร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เหลืออยู่ 5 ปีนั้น ปตท.ก็จะบริหารเองภายใต้แบรนด์ของ ปตท.เพราะ ปตท.มีคนที่สามารถทำธุรกิจนี้ได้ ได้เตรียมการไว้ตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมาแล้ว
นายธีรพจน์ วัชราภัย ประธาน บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่ ปตท.เข้าซื้อกิจการเจ็ท เป็นห่วงในระยะกลางและระยะยาว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปการแข่งขันในตลาดจะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งหากผู้ค้าระดับนานาชาติหรือระดับโลกหายไปจากเมืองไทย แล้วเกิดปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันตลาดโลก เช่น กรณีการขาดแคลนน้ำมัน สัญญาการส่งน้ำมันเข้ามาช่วยเหลืออาจจะหดหายไปด้วย
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
