นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการปล่อยลอยตัวก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ว่า ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางการลอยตัวแอลพีจี แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นเมื่อใด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของราคาในตลาดโลก เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนหมดวาระการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ และจะดำเนินการลอยตัวราคาทั้งสำหรับภาคครัวเรือน และภาคการขนส่งในคราวเดียวกันทั้งนี้ ปัจจุบัน สนพ.ได้ใช้เงินจากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนราคาแอลพีจีอยู่ประมาณ 1.30 บาท ต่อกิโลกรัม (กก.) หรือประมาณ 300 ล้านบาทต่อเดือน และมีหนี้แอลพีจีสะสมอยู่ 10,000 ล้านบาท ขณะที่ราคาตลาดโลกเดือนเมษายน อยู่ที่ 536 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 30 เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คาดว่าแนวโน้มราคาเดือนพฤษภาคม จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 525 เหรียญสหรัฐต่อตัน
นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่า หลังจากลอยตัวราคาแอลพีจีแล้ว กระทรวงพลังงานจะมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเงินที่เก็บเข้ากองทุนน้ำมัน ขณะนี้มีอยู่ 3 ทางเลือก คือ 1.งดการจัดเก็บ หรือปรับลดวงเงินการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน และลดราคาน้ำมันลง 2.จะแปลงสภาพเงินที่เรียกเก็บเข้ากองทุนไปเป็นภาษีสรรพสามิต โดยบวกรวมกันไปเลย จากที่เก็บอยู่กว่า 3 บาท เป็น 6-7 บาทต่อลิตร และ 3.เก็บเงินไว้เป็นทุนสำหรับการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน หลังจากใช้หนี้หมดแล้ว กองทุนน้ำมันก็จะมีเงินไหลเข้าประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 24,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 5-6ปี ก็สามารถสร้างได้ 1 สาย โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเป็นแนวทางการบริหารสำหรับรัฐบาลหน้า
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
