ร่วมการงาน-ทุนรสก.-ชดเชยบริการ จี้ผู้แทนคลังในบอร์ดเร่งใช้งบฯลงทุนรัฐมนตรีคลังเรียกผู้แทนกระทรวงในบอร์ดรัฐวิสาหกิจติวเข้ม สั่งสปีดงบฯลงทุน แต่ต้องโปร่งใส ดีเดย์สะสาง กม. ทั้ง พ.ร.บ.ร่วมการงานฯ ทุนรัฐวิสาหกิจ และร่างระเบียบสำนักนายกฯชดเชยการขาดทุนบริการสาธารณะ หวังสกัดใช้ช่องโหว่เลี่ยงกฎหมาย การแปรรูปตามใบสั่งฝ่ายบริหาร และปัญหาบักโกรกเรื้อรัง
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการหารือกับกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจจำนวน 90 คน ว่า ตนได้มอบหมายให้ผู้แทนกระทรวงการคลังที่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจต่างๆ ดูแลการใช้จ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย 85% ของงบฯลงทุนที่ตั้งไว้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันจะต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใสและปลอดจากการทุจริตควบคู่กันไปด้วย
ทั้งนี้ แนวทางในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีการแก้ไขและจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจ็คต์) พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และมีแนวคิดจะจัดทำร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการชดเชยการขาดทุนจากการดำเนินกิจการบริการสาธารณของรัฐวิสาหกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุนเรื้อรังของรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการสังคม
นายฉลองภพกล่าวว่า ที่ผ่านมา พ.ร.บ.ร่วมทุนฯมีความไม่ชัดเจนบางประเด็นที่เกี่ยวกับการตีความว่าโครงการใดควรเข้าข่ายกฎหมายดังกล่าว ทำให้มีหลายโครงการใช้ช่องโหว่หลบเลี่ยงกฎหมาย เช่น แอร์พอร์ตลิงค์ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องมีการแก้ไขคำจำกัดความให้ชัดเจนว่าโครงการใดเข้าข่ายและโครงการใดไม่เข้าข่าย เพื่อไม่ให้มีปัญหาการหลบเลี่ยง หรือปัญหาความล่าช้าจากการตีความ และโครงการจะไม่ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา
โครงการในอนาคต 5-10 ปี โดยเฉพาะรถไฟฟ้า 5 สาย ควรจะทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เช่น โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณหมอชิตที่มีปัญหายืดเยื้อ แม้กรมธนารักษ์จะส่งผลวิเคราะห์มาให้แล้ว แต่ควรให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส นายฉลองภพกล่าวว่า สำหรับนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้นจะไม่มีการดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจเสียก่อน โดยจะแก้ไขให้กฎหมายมีความกว้างขวางและครอบคลุมรอบด้าน เพราะที่ผ่านมาการแปรรูปเป็นความต้องการของฝ่ายบริหาร ไม่ได้พิจารณาผลทางด้านอื่นๆ จึงทำให้มีปัญหาตามมา ส่วนรัฐวิสาหกิจที่แปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัดไปแล้ว เช่น ทีโอที กสท ก็ต้องรอกฎหมายฉบับใหม่เช่นเดียวกัน
นายฉลองภพกล่าวว่า กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาการขาดทุนเรื้อรังที่ให้บริการสาธารณะ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ร.ฟ.ท. และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือ ขสมก.เป็นต้น จึงมีแนวคิดที่จะร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการชดเชยการขาดทุนจากการให้บริการสังคม เพื่อจะแยกบัญชีการขาดทุนอันเกิดจากการดำเนินการปกติกับการขาดทุนจากนโยบายที่กำหนดให้เก็บอัตราค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุน เพื่อให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งได้รับเงินชดเชยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เป็นการจูงใจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
