พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังเข้าทำงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นวันแรกว่า นโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการคือเรื่องการส่งเสริมการลงทุน โดยจะเชิญนายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม มาเป็นที่ปรึกษาการดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพราะเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และเคยทำงานด้านนี้มาก่อน โดยเตรียมไปโรดโชว์ดึงการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาส่วนเรื่องเป้าหมายการลงทุนนั้น เมื่อพิจารณาตัวเลขในช่วง 8 เดือน พบว่ามีเม็ดเงินลงทุนเพียง 2.94 แสนล้านบาท จึงคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะได้เพิ่มอีก 1-2 แสนล้านบาท จึงปรับลดเป้าหมายการลงทุนจากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 6 แสนล้านบาท เหลือเพียง 4-5 แสนล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากขณะนี้การลงทุนทั่วโลกกำลังประสบปัญหาวิกฤตการเงินของโลก จึงเป็นการยากที่จะมีการขยายลงทุนเพิ่มขึ้น
สำหรับนโยบายที่จะเร่งดำเนินการอีกเรื่อง คือเรื่องเหล็กต้นน้ำที่ต้องมีการดำเนินการต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้ครม.ยังไม่ได้อนุมัติพื้นที่เป้าหมาย ขณะเดียวกัน จะเร่งสานต่อโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติการลงทุนไว้ 6 ราย มูลค่าการลงทุนกว่า 8 หมื่นล้านบาท
ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายนี้สวนทางกับน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ที่ประกาศจะผลักดันรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า คงต้องมีการเปรียบเทียบว่าหากส่งเสริมไปแล้วอะไรจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน เบื้องต้นเห็นว่าอีโคคาร์สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ถึง 60% ส่วนรถยนต์อี 85 ได้เฉพาะตลาดในประเทศ หากส่งเสริมแล้วคงไม่คุ้มค่า แต่คงต้องมีการหารือกันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือระหว่าง พล.ต.อ.ประชากับผู้บริหารกระทรวงมีการพูดคุยถึงพื้นที่ที่เหมาะสมในการลงทุนอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ อยู่ใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งมีแหลมยื่นออกไปในทะเล เหมาะสำหรับทำท่าเรือน้ำลึก แต่มีปัญหาว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ส.ป.ก. ส่วนที่เหมาะสมรองลงมาคือ ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่มีปัญหาอยู่ใกล้ ต.บ่อนอก ที่เคยมีการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ข้อมูลจาก ข่าวสด
