จากครั้งที่แล้ว i-connect ได้พูดถึงการแข่งขันอย่างดุเดือดของมวยคู่เอก ระหว่างวิกหมอชิตช่อง 7 และ วิก 3 อาคารมาลีนนท์ ฉบับที่แล้วเป็นเรื่องของการแย่งแชร์คนดูของทั้งสองช่องในช่วงวันธรรมดา โดยเฉพาะช่วงละครหลังข่าวที่ผลัดกันรุกและดึงเรตติ้ง แต่มาในปีนี้ทั้งสองช่องก็ได้คนดูเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากฐานคนดูเดิมของช่องทีไอทีวีนั่นเอง ส่วนกลยุทธ์ครอบครัวของช่อง 3 ก็ทำให้มีแฟนคนดูคอข่าว ช่วยดันเรตติ้งในช่วงเรื่องเล่าเช้านี้ให้แซงหน้าช่องอื่นๆ ได้แม้ว่าฐานคนดูจะหดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านๆมาฉบับนี้เรามาดูกันต่อในสนามคนดูช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์กันบ้าง จากกราฟจำนวนผู้ชมอายุ 4 ปีขึ้นไปที่ดูโทรทัศน์ตั้งแต่ ตี 4 จนถึง ตี 3 ของอีกวัน จะเห็นได้ว่า ช่อง 7 มีฐานคนดูที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรายการช่วงเช้าละครจักรๆวงศ์ๆ ที่มีเรตติ้งสูงมากเป็นประวัติการณ์ โดยมีจำนวนผู้รับชมสูงขึ้นถึง 59% เมื่อเทียบกับปี 2550 คนดูที่เพิ่มขึ้นหลักๆแล้ว น่าจะมาจากกลุ่มคนดูเดิมของการ์ตูนเช้าวันหยุดของช่องทีไอทีวีเดิมที่ได้แปรสภาพไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาได้ ขณะเดียวกันรายการยอดภาพยนตร์นานาชาติและซีรีส์เกาหลีในช่วง 09.15- 11.00 น. ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยดึงผู้ชมได้มากกว่าปี 2550 ถึง 24% เช่นเดียวกับช่วงเวลาตอนบ่าย 15.00- 16.00 น. ซึ่งเดิมในรอบหลายปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้ชมค่อนข้างน้อย แต่มาในปีนี้วิกหมอชิตสามารถเพิ่มจำนวนผู้รับชมในช่วงนี้ให้สูงขึ้นได้ถึง 13% เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยมีรายการอย่าง ฟ้ามีตา และ 07 โชว์ มาเป็นตัวชูโรงนั่นเอง และเมื่อมาดูช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของทางช่อง 7 ที่มีละคร อาทิเช่น ดั่งดวงหฤทัย, ตลาดน้ำดำเนินฯรัก ภาค 2, เพลงดินกลิ่นดาว, ดาวเปื้อนดิน, เรไรลูกสาวป่า และ คุณหนูเทวดา กลับมีจำนวนผู้รับชมลดลงกว่าปีที่แล้ว
เมื่อมาดูทางฝั่งวิกพระราม 4 ที่โดยรวมแล้วฐานคนดูช่วงกลางวันยังมีอยู่เพียงเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งยังคงต้องมีการแก้เกมเพื่อดึงคนดูให้เยอะขึ้น โดยทางช่องเองก็ปรับกลยุทธ์ส่งรายการการ์ตูนยอดนิยมอย่าง ดราก้อนบอล ที่ดึงมาจากช่อง TITV มาเสริมทัพเมื่อต้นปี ซึ่งก็ทำให้จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 50% ในช่วงระหว่าง 08.00- 08.50 น. แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นรองผู้นำอย่างช่อง 7 อยู่หลายช่วงตัว อีกช่วงเวลาที่น่าจับตามองสำหรับช่อง 3 ก็คือ ช่วงเวลา 15.00- 17.00 น. ที่ในปี 2550 สามารถเพิ่มยอดจำนวนผู้รับชมได้อย่างมาก แต่มาในปีนี้กลับต้องเสียแชร์ผู้ชมให้กับทางช่องคู่แข่งที่สำคัญอย่างช่อง 7 โดยจำนวนผู้รับชมลดลงถึง 14% จากปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีรายการน้องใหม่อย่าง แกะดำ ที่ก่อนหน้านี้มี พิธีกรและนักแสดงชื่อดังอย่างคุณปลื้ม มาชูโรง หรือ รายการเกมโชว์ 44 21 4 และยังมีหนังดังสุดสัปดาห์ที่เป็นภาพยนตร์จีนกำลังภายในก็เป็นแนวร่วมก็ตาม
ส่วนช่วงเวลาหัวค่ำ 18.00- 20.30 น. ที่เป็นอีกจุดแข็งและมีฐานผู้ชมค่อนข้างเยอะ มาในปีนี้กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยลดลงจากปีที่แล้วถึง 23% ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงของภาพยนตร์เกาหลี แสดงให้เห็นว่า ผู้รับชมเริ่มซบเซา อาจเป็นเพราะเนื้อหาความน่าสนใจหรือ ความน่าติดตามของซีรีส์ยังไม่โดนใจแฟนๆ ซึ่งเป็นโจทย์อีกข้อที่คงเป็นการบ้านให้ต้องคิดและปรับปรุงกันต่อไป
มาถึงช่วงเวลาทองของวิกพระราม 4 นั่นคือละครช่วงไพรม์ไทม์ ที่ในปีนี้ละครหลังข่าวช่วงวันธรรมดาจะทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบก่อนๆ รวมถึงละครช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็เช่นเดียวกัน โดยมีจำนวนผู้ชมที่เพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา ในขณะที่ช่อง 7 กลับมีผู้ชมลดลง ดังจะเห็นได้จากกราฟ ที่ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของช่อง 3 เพิ่มขึ้นถึง 4% เมื่อเทียบกับปี 2550
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อเพราะ ถึงแม้ว่าช่อง 7 ที่มีฐานผู้รับชมเยอะกว่าเดิมตลอดทั้งวัน ยกเว้นแต่ช่วงไพรม์ไทม์กลับมีเรตติ้งลดลง ในขณะที่ช่อง 3 ที่แม้ฐานผู้รับชมในช่วงเวลาอื่นๆ จะลดลง แต่ช่วงไพรม์ไทม์เสาร์-อาทิตย์ของช่อง 3 ก็ดีขึ้น ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็มีได้และมีเสียแตกต่างกันไป โดยต่างฝ่ายก็คงจะหาใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดึงฐานผู้รับชมให้มาดูช่องของตนเองให้มากขึ้น เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นช่องหลักและมีอิทธิพลต่อการที่ผู้รับชมจะเปิดรับชมโทรทัศน์ในประเทศไทย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Initiative (ติดต่อ คุณไมเคิล) โทร. 0-2674-5900 ต่อ 5966
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
