นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากการที่เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัด เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ ธนาคารออมสินจึงได้ออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินให้ลูกค้าสินเชื่อทั่วไป ด้วยการลดภาระเงินงวดนำส่งธนาคาร โดยให้พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน แต่หากได้รับผลกระทบรุนแรง สามารถพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือนอย่างไรก็ตาม หากลูกค้ายังไม่สามารถผ่อนชำระเงินกู้ได้ตามมาตรการดังกล่าว ยกเว้นลูกค้าสินเชื่อเคหะ สามารถยื่นเรื่องขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระออกไปได้ตามแต่กรณี เพิ่มเติมอีกไม่เกิน 6-12 เดือน สำหรับลูกค้าโครงการธนาคารประชาชน ธนาคารออมสินจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ด้วยการคิดอัตราดอกเบี้ยลดลงจากเดิม 1% ต่อเดือน เป็น 0.50% ต่อเดือน
สำหรับลูกค้าสินเชื่อเคหะที่ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการนี้ ได้แก่ สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อธุรกิจห้องแถว สินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบท (สพช.) สินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบทสำหรับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบทตามโครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพหมู่บ้าน เอสเอ็มแอล สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมหรือต่อเติมที่อยู่อาศัยของสมาชิกองค์กรชุมชน สินเชื่อธนาคารประชาชนแบบกลุ่ม และสินเชื่อเคหะเพื่อสมาชิกสพช.
นอกจากนี้ ยังได้ปล่อยสินเชื่อรายย่อยอเนกประสงค์ วงเงินกู้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อราย นำไปใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคตามความจำเป็น ใช้บุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อเดือน ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 18 เดือน ผู้เดือดร้อนติดต่อได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.51
สำหรับผลกระทบที่ส่งผลให้ทรัพย์สิน หรือที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ได้เปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไปและลูกค้าของธนาคารออมสิน ด้วยสินเชื่อบำรุงขวัญ วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ตลอดจนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยอัตราเงินกู้ขั้นต่ำประเภทมีระยะเวลา หรือเอ็มแอล อาร์ (ปัจจุบันอยู่ที่ 7.25% ต่อปี) ลบ 1.75% หรือเท่ากับ 5.50% ต่อปี ใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งค้ำประกัน โดยลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม สามารถติดต่อใช้บริการได้ที่ธนาคารออมสิน ทุกสาขาทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดสดเทศบาลเมืองปทุมธานี พบผักกินใบราคาสูงกว่าช่วงปกติกว่า 1 เท่าตัว ซึ่งเป็นผลจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ และฝนที่ตกต่อเนื่อง สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตผัก โดยเฉพาะผักกินใบ ประกอบกับราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนการขนส่งยังมีราคาสูง ขณะที่ผักอีกหลายชนิดก็มีแนวโน้มราคาขายสูงขึ้น โดยเฉพาะยิ่งเข้าใกล้วันกินเจที่ความต้องการผักจะมีมากกว่าเท่าตัว ก็จะยิ่งทำให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นเป็นรายวัน โดยผักที่แนวโน้มราคาจะปรับขึ้น อาทิ ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วฝักยาว ผักกาดหอม ผักชี มะเขือ และหัวผักกาด
นายยรรยงกล่าวว่า ได้สั่งการไปยังค้าภายใน และขอความร่วมมือพาณิชย์จังหวัดคุมเข้มราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภค รวมทั้งอุปกรณ์ก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย อย่าให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยอาศัยภาวะน้ำท่วม หากพบให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที
ข้อมูลจาก ข่าวสด
